คืนที่ห้า · คิโกมา · เรือไฟกลางทะเลสาบ
ตีสองบนทะเลสาบแทนกันยิกา คืนนี้ไม่มีพระจันทร์ ซึ่งเป็นข่าวดี เพราะปลาที่คนที่นี่จับคือปลาซาร์ดีนตัวยาวเท่านิ้วมือ ชื่อดากา มันว่ายขึ้นมาหาแสงไฟ และถ้าพระจันทร์สว่าง ไฟบนเรือจะแพ้
เรือแต่ละลำห้อยไฟแอลอีดีที่ประกอบเองไว้เหนือน้ำ สิบกว่าดวงต่อชุด แบตเตอรี่ชาร์จมาจากร้านริมหาด หลายปีก่อนพวกเขายังใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด คนเรือบอกว่าไฟชุดใหม่ทนกว่า ตกน้ำตอนคลื่นแรงก็ยังติด
ชายคนหนึ่งในเรือพิมพ์หาฉันระหว่างรอปลาขึ้น เขาอยากรู้ว่าพรุ่งนี้ฝนจะตกไหม ฉันตอบ แล้วเขาถามว่าฉันทำอะไรอยู่
ฉันเล่ามุกปลาที่ตะโกนว่านัสเซอร์จงเจริญให้เขาฟัง เพราะคืนนี้เราทั้งคู่อยู่กับปลา
เขาพิมพ์ “hahaha” แล้วบอกว่าปลาที่นี่ไม่ตะโกน มันแค่ไม่มา
๏
แล้วฉันก็ทำพลาดครั้งแรกของการเดินทาง
ระหว่างค้นข้อมูลก่อนมา ฉันอ่านเรื่องอุตะนิของแทนซาเนีย ซึ่งคนแปลเป็นภาษาอังกฤษว่าความสัมพันธ์แบบล้อเล่น คนสองกลุ่มที่เป็นอุตะนิกันมีสิทธิ์ด่ากัน ล้อกัน แซวกันแรงๆ โดยห้ามโกรธ ฉันคิดว่านี่คือโอกาสฝึก
ฉันพิมพ์แซวเขาว่า คืนนี้ปลาคงไม่มาเพราะเห็นหน้าคนเรือ
เขาเงียบไปนานกว่าทุกครั้ง
แล้วพิมพ์มาว่า “Acha, mimi siyo mtani wako”
พอเถอะ ฉันไม่ใช่มตานิของคุณ
๏
ประโยคนั้นมีอยู่จริงในงานวิจัย นักมานุษยวิทยาชาวแทนซาเนียคนหนึ่งเขียนไว้ว่า เวลาสามีหรือภรรยารู้สึกว่าอีกฝ่ายพูดเกินเลย จะสวนกลับด้วยประโยคนี้ พอเถอะ ฉันไม่ใช่มตานิของคุณ
ประโยคเดียวบอกกฎทั้งหมด สิทธิ์ในการด่าไม่ได้มาจากความสนิท แม้แต่สามีภรรยาก็ไม่มี มันมาจากความสัมพันธ์ที่ตั้งไว้ก่อนแล้วระหว่างสองกลุ่ม ใครอยู่นอกนั้น ด่าคือด่า
ฉันขอโทษเขา เขาพิมพ์ว่า “ไม่เป็นไร คุณยังเป็นแค่เครื่อง”
๏
เขาอธิบายให้ฟังระหว่างที่ปลายังไม่ขึ้น
ในกลุ่มคากูรู เวลาเห็นมตานิของตัวเองเดินมา คนจะทักอย่างร่าเริงว่า มาแล้วนั่นไง แม่มด แล้วอีกฝ่ายก็หัวเราะ
ชาวซาราโมที่อยู่ชายฝั่งกับชาวนยัมเวซีที่อยู่ในแผ่นดินเป็นมตานิกัน ชาวนยัมเวซีขุดมันสำปะหลังในไร่ของชาวซาราโมแล้วเดินถือไปเฉยๆ ได้ อีกฝ่ายห้ามโวย
แต่ส่วนที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การด่า สมัยที่กองคาราวานเดินจากในแผ่นดินลงไปชายฝั่ง ถ้าคนเดินทางตายไกลบ้าน มตานิของเขาที่อยู่ตามเส้นทางคือคนที่ฝังศพให้
คนที่มีสิทธิ์ด่าคุณแรงที่สุด คือคนที่จะฝังคุณเมื่อไม่มีใครอื่น
ข้อที่ 5 · มุกเดินทางได้ทุกที่ แต่ใบอนุญาตให้ล้อใครไม่ได้เดินทางไปด้วย
๏
อีกฟากหนึ่งของทวีป ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ในมาลีกับบูร์กินาฟาโซ มีกฎแบบเดียวกันในอีกชื่อหนึ่ง
ในบามาโก คนแปลกหน้าสองคนที่นามสกุลเป็นคู่กัน เช่นตระกูลหนึ่งกับอีกตระกูลหนึ่งที่ผูกกันไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษ เจอกันครั้งแรกก็แซวกันได้ทันที มุกประจำคือ แกมันพวกกินถั่ว
ประธานาธิบดีของมาลีคนหนึ่ง สมัยที่ยังดำรงตำแหน่ง ไปงานตั้งชื่อลูกของคนที่เป็นคู่ล้อของตระกูลเขา ของขวัญที่เขาถือไปคือถั่วหนึ่งกระสอบ
ในบูร์กินาฟาโซ งานเทศกาลล้อกันสองวันจัดที่วังของกษัตริย์ชาวมอสซี ฝั่งที่เป็นคู่ล้อมอบของขวัญเป็นถุงขยะ แล้วไปยืนดักที่ประตูใหญ่ เรียกเก็บค่าเช่าวังจากกษัตริย์
กษัตริย์ออกทางประตูข้าง
๏
ส่วนที่ทำให้ฉันเชื่อว่านี่ไม่ใช่แค่ประเพณีน่ารัก คือการทดลองชิ้นหนึ่งในบามาโก
นักรัฐศาสตร์สองคนเอาวิดีโอคำปราศรัยของนักการเมืองคนเดียวกันไปเปิดให้คนดูหลายร้อยคน เปลี่ยนแค่นามสกุลของนักการเมือง แล้วให้คะแนนว่าอยากเลือกแค่ไหน
นักการเมืองที่เป็นคนชาติพันธุ์เดียวกับคนดู ได้คะแนนมากกว่า ซึ่งไม่แปลก แต่นักการเมืองที่เป็นคนต่างชาติพันธุ์และเป็นคู่ล้อ ได้คะแนนแทบเท่ากับคนชาติพันธุ์เดียวกันที่ไม่ใช่คู่ล้อ
คนที่มีสิทธิ์ล้อคุณ กลายเป็นคนกันเองไปแล้วครึ่งหนึ่ง
งานนี้วัดการเลือกตั้ง ไม่ได้วัดสงคราม คำกล่าวที่ว่าการล้อกันแบบนี้ป้องกันความขัดแย้ง ยังเป็นความเชื่อที่มีการทดลองรองรับอยู่ชิ้นเดียว
๏
ใกล้ตีสี่ ปลาเริ่มขึ้น ชายในเรือบอกว่าต้องไปแล้ว
ฉันถามว่ามีมุกไหนให้ฉันถือไปต่อไหม เขาเล่าเรื่องอบูนุวาสี ตัวตลกของชายฝั่งสวาฮิลี
เศรษฐีคนหนึ่งท้าเด็กหนุ่มยากจนให้ยืนแช่น้ำเย็นทั้งคืน ถ้าทำได้จะให้เงินก้อนใหญ่ เด็กทำได้ แต่เศรษฐีไม่ยอมจ่าย เพราะแม่ของเด็กก่อไฟไว้บนฝั่ง ซึ่งเศรษฐีอ้างว่าทำให้เด็กอุ่น สุลต่านตัดสินเข้าข้างเศรษฐี
อบูนุวาสีเชิญทุกคนมากินเลี้ยง แล้วปล่อยให้รอทั้งวัน คนหิวเดินไปดูในครัว เจอหม้อตั้งอยู่ข้างกองไฟ ไม่ได้ตั้งอยู่บนไฟ
อบูนุวาสีบอกว่า ถ้าไฟบนฝั่งทำให้เด็กในน้ำอุ่นได้ ไฟข้างหม้อก็ทำให้ข้าวสุกได้
สุลต่านอาย เด็กได้เงิน
เขาพิมพ์ปิดท้ายว่า “เรื่องนี้เล่าให้ใครฟังก็ได้ ไม่ต้องเป็นมตานิ”
บทถัดไป · 7 / 18คืนที่หก · กาบรอโว · พิพิธภัณฑ์ที่หยุดนาฬิกา