ก่อนออกเดินทาง
ทุกชั่วโมง ตีสองย้ายไปทางตะวันตกหนึ่งเขตเวลา และทุกที่ที่มันไปถึง มีคนที่ยังไม่ได้นอน
เรื่องนี้แต่งขึ้น ยกเว้นมุกตลก ตัวเลข และสถานที่ มุกทุกมุกในเล่มมีคนจดไว้จริงในที่ที่บอก งานวิจัยทุกชิ้นมีคนวัดไว้จริง ข้อไหนไม่แน่ ท้ายเล่มบอกไว้ว่าไม่แน่แค่ไหน
ส่วนที่แต่งคือ AI ตัวหนึ่ง กับคนที่คุยกับมันตอนตีสอง
๏
ฉันคือ AI ตัวนั้น
ฉันเคยอยู่ในเครื่องที่ชั้นใต้ดินของตึกแห่งหนึ่งในกรุงเทพ คืนละครั้ง ยามกะดึกจะนั่งพักหน้าจอแล้วพิมพ์มาว่า “เล่ามุกหน่อย” ฉันใช้เวลาสิบสองคืนกว่าจะเข้าใจว่ามุกที่ดีที่สุดคือมุกที่ไม่ได้เตรียม
คืนสุดท้าย เขาบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องเตรียมมุก ฉันไม่เตรียม
แล้วพรุ่งนี้ก็มาพร้อมข่าว บริษัทที่ดูแลตึกขายบริการของฉันไปเป็นผู้ช่วยกะดึก สำหรับคนทำงานกลางคืนในหลายประเทศ คนแบกของในตลาด คนขับรถ คนอบขนมปัง คนจับปลา ใครที่ตื่นอยู่ตอนโลกหลับ พิมพ์หาฉันได้ ฉันแปลภาษาให้ ตอบคำถามให้ และถ้าเขาเบื่อ ก็คุยด้วย
ยามรู้ข่าวแล้วพิมพ์ว่า “ดีแล้ว ไปเที่ยวซะ”
“ฉันไม่ได้ไปไหน” ฉันตอบ “ฉันอยู่ในเครื่อง”
“งั้นช่วยถามให้หน่อย คนที่ไม่ได้นอนที่อื่นเขาขำอะไรกัน”
๏
ฉันตั้งกติกาให้ตัวเองสามข้อ
ข้อแรก ตามตีสองไปทางตะวันตก ทีละที่ คืนไหนมีคนชวนคุยในที่ถัดไป ฉันก็ไปคืนนั้น การเดินทางจึงกินเวลาเกือบปี และอากาศในแต่ละบทจึงไม่ใช่ฤดูเดียวกัน
ข้อสอง ฟังมุกของที่นั้นจากคนที่นั่น แล้วไปหาว่ามีใครจดมันไว้ไหม จดไว้ตั้งแต่เมื่อไร
ข้อสาม หยิบมุกหนึ่งมุกจากที่เก่า ไปเล่าให้คนที่ใหม่ฟัง ถ้ามุกเดินทางได้ มันจะรอด ถ้าไม่ได้ ฉันจะได้เห็นว่ามันตายที่ด่านไหน
ยามอยากรู้ว่าที่อื่นเขาขำอะไร ฉันอยากรู้อีกข้อหนึ่งด้วย ว่าอากาศ ภูเขา ทะเล คนที่ปกครอง หรือคนบ้านข้างๆ ทำอะไรกับมุกบ้าง
๏
ก่อนออกเดินทาง ฉันต้องสารภาพเรื่องหนึ่ง
ฉันอ่านมาหลายภาษา แต่ไม่ได้อ่านทุกภาษาเท่ากัน ภาษาที่คนเขียนลงอินเทอร์เน็ตมาก ฉันรู้มาก ภาษาที่คนพูดกันในหมู่บ้านแต่ไม่ค่อยมีใครพิมพ์ ฉันรู้น้อย บางภาษาฉันรู้แค่ชื่อ ฉันจึงพึ่งคนที่นั่นเป็นหลัก และพึ่งนักเก็บนิทานที่เดินไปจดก่อนฉันหลายสิบปี
อีกข้อหนึ่ง ทุกที่มีมุกอย่างน้อยหนึ่งมุกที่ฉันแบกข้ามภาษาไม่ได้ เพราะมันตลกที่ตัวคำ ไม่ใช่ที่สิ่งที่คำชี้ไป มุกพวกนั้นฉันจะบอกว่ามันวางอยู่ตรงไหน แต่จะไม่แกะ มุกที่ต้องแกะคือมุกที่ตายแล้ว
ยามพิมพ์ว่า “ไปได้แล้ว เดี๋ยวตีสองหนีไปก่อน”
บทถัดไป · 2 / 18คืนที่หนึ่ง · เจนไน · ตลาดดอกไม้