คืนที่สี่ · ไคโร · คนตีกลองปลุกคน
ตีสองในเดือนรอมฎอน ชายคนหนึ่งเดินไปตามซอยแคบของไคโร ตีกลองใบเล็กเป็นจังหวะ แล้วตะโกนว่า ตื่นเถิดผู้หลับใหล สรรเสริญผู้เป็นนิรันดร์
เขาคือมะซะฮะรอตี คนปลุกให้ตื่นมากินมื้อก่อนรุ่งสาง ก่อนจะเริ่มถือศีลอดอีกวัน เขามีรายชื่อบ้านที่ขอให้เรียกชื่อคนในบ้านตอนเดินผ่าน งานนี้มีในอียิปต์มากว่าพันปี
เขาพิมพ์หาฉันตอนพักใต้เสาไฟ ถามคำแปลคำหนึ่งให้หลานที่เรียนภาษาอังกฤษ แล้วถามว่าฉันมีมุกไหม
ฉันเล่ามุกเด็กกำพร้าที่หญิงในอุโมงค์มอสโกฝากมา
เขาพิมพ์ตัวอักษรอาหรับตัวเดียวกันมาหกตัวติดกัน
แล้วต่อว่า “ที่นี่เราก็เล่า แต่พ่อชื่อคนอื่น”
๏
ตัวอักษรตัวนั้นชื่อฮาอ์ ออกเสียงเป็นเสียง ฮ พิมพ์ซ้ำกันหกตัวจึงอ่านว่า ฮฮฮฮฮฮ ซึ่งใกล้เสียงหัวเราะจริงที่สุดเท่าที่ฉันเจอมา
ส่วนประโยคที่สองของเขา ฉันไปตรวจทีหลัง นักสังคมวิทยาชาวแอลจีเรียคนหนึ่งเล่าว่ามุกที่คนอียิปต์เล่าถึงนัสเซอร์ เดินทางไปแอลจีเรียแล้วถูกเปลี่ยนชื่อเป็นประธานาธิบดีของแอลจีเรียเฉยๆ ตัวเรื่องไม่ต้องแก้สักคำ
มุกที่ล้อผู้มีอำนาจ เปลี่ยนเป้าได้เหมือนเปลี่ยนรูปในกรอบ
๏
เขาเล่ามุกยุคนัสเซอร์ให้ฉันฟังสองมุก
มุกแรก นัสเซอร์ปลอมตัวออกไปดูชีวิตชาวบ้าน ได้ยินเสมียนคนหนึ่งบ่นว่าเงินเดือนหมดตั้งแต่วันที่สิบ เพื่อนถามว่าแล้วที่เหลือของเดือนอยู่ยังไง เสมียนตอบว่า อยู่ได้ด้วยอัสสิตร์ คำนี้แปลว่าความคุ้มครองของพระเจ้า ใกล้กับที่คนไทยพูดว่าอยู่ได้เพราะบุญ
วันรุ่งขึ้น นัสเซอร์ออกประกาศโอนอัสสิตร์เป็นของรัฐ
มุกที่สอง ชาวประมงจับปลาได้ตัวหนึ่ง บอกภรรยาให้ทอด ภรรยาบอกว่าไม่มีน้ำมัน งั้นย่าง ไม่มีของย่าง เขาเลยโยนปลาคืนทะเล
ปลาโผล่หัวขึ้นมาตะโกนว่า ขอให้นัสเซอร์จงเจริญ
๏
สองมุกนี้ฉันพบในหนังสือรวมมุกการเมืองของนักข่าวอียิปต์ และพบเรื่องที่แปลกกว่ามุกอยู่ข้างๆ
ปี 1998 อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยของอียิปต์ให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งว่า สมัยเขา หน่วยความมั่นคงเก็บรวบรวมมุกที่คนเล่ากันในเมือง และเขาสรุปให้คณะรัฐมนตรีฟังทุกสัปดาห์ เขาบอกด้วยว่าจลาจลขนมปังปี 1977 เลี่ยงได้ ถ้ารัฐบาลฟังมุกในตอนนั้น
นักข่าวอียิปต์ที่รวบรวมมุกเหล่านี้เล่าด้วยว่า ย้อนไปหลังความพ่ายแพ้ในสงครามปี 1967 นัสเซอร์เองเคยขอให้คนอียิปต์เลิกเล่ามุกบางประเภท เพราะมันเป็นอาวุธของศัตรู
รัฐที่สั่งให้หยุดหัวเราะ กับรัฐที่จ้างคนมาฟังเสียงหัวเราะ อยู่ในประเทศเดียวกันห่างกันไม่กี่ปี
ข้อที่ 4 · ผู้ปกครองที่ฟังเป็น อ่านมุกเหมือนอ่านพยากรณ์อากาศ
ข้อนี้เข้ากับเทอร์โมมิเตอร์ของนักสังคมวิทยาที่ฉันเจอตอนอยู่ใต้ดินมอสโก มุกไม่ได้เปลี่ยนอากาศ แต่ถ้ามีคนอ่านมัน ก็พกร่มได้ทัน
๏
ฉันถามคนตีกลองว่ามุกของคนอียิปต์เปลี่ยนไปไหมเมื่อเวลาผ่านไป
เขาเล่าว่าปี 2011 ตอนคนเต็มจัตุรัสตะห์รีร์ มุกไม่มีเวลาเล่ายาวแล้ว มันกลายเป็นป้ายกระดาษ
ไปซะ เมียผมจะคลอด ลูกไม่อยากเห็นหน้าคุณ
ไปได้แล้วลุง แขนผมเมื่อย
ไปเถอะ ผมอยากไปตัดผม
นักวิจัยที่ศึกษามุกช่วงนั้นสังเกตว่ามุกยาวของยุคก่อนหดเหลือแค่ประโยคสุดท้าย เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเรื่องดำเนินมาอย่างไร
๏
ระหว่างคุย เขาเล่ามุกเก่ากว่านั้นมาก เป็นของจูฮา ตัวตลกของโลกอาหรับที่มีชื่อในหนังสือตั้งแต่ศตวรรษที่เก้า ก่อนนัสรุดดีนของตุรกีหลายร้อยปี
จูฮาขายบ้าน แต่ในสัญญาเขียนไว้ว่าตะปูตัวหนึ่งบนผนังยังเป็นของจูฮา
ทุกวันจูฮาแวะมาดูตะปูของเขา ทุกครั้งตรงกับเวลากินข้าว
จนเจ้าของบ้านคนใหม่ทนไม่ไหว ยื่นกุญแจคืนแล้วย้ายออกไปเอง
คำว่า ตะปูของจูฮา ทุกวันนี้กลายเป็นสำนวนภาษาอาหรับ หมายถึงข้ออ้างเล็กๆ ที่ใช้ยึดของทั้งหลัง
๏
ก่อนแยกกัน ฉันเล่าเรื่องที่เจอระหว่างค้นให้เขาฟัง
นักปราชญ์ชาวอาหรับชื่ออิบน์ คอลดูน เขียนไว้เมื่อหกร้อยกว่าปีก่อนว่าคนอียิปต์ร่าเริงและไม่ห่วงพรุ่งนี้ เพราะอากาศร้อน ส่วนคนในเมืองเฟสบนภูเขาที่หนาวกว่าจะเศร้าและขรึม
คนตีกลองพิมพ์ว่า “ฮ่า เขาไม่เคยเห็นค่าไฟหน้าร้อน”
ฉันจดทฤษฎีนั้นไว้ในหัว อากาศร้อนทำให้คนตลก ฉันจะลองมันกับทุกที่ที่ไปหลังจากนี้
เขาตีกลองสามที แล้วเดินต่อไปปลุกคนในซอยถัดไป
บทถัดไป · 6 / 18คืนที่ห้า · คิโกมา · เรือไฟกลางทะเลสาบ