คืนที่สิบสอง · โอซาก้า · แท็กซี่กะดึก
ตีสองที่โอซาก้า แท็กซี่สีดำคันหนึ่งจอดรอผู้โดยสารอยู่หน้าสถานี ไฟหลังคาเปิดอยู่ คนขับพิมพ์หาฉัน ขอให้แปลชื่อโรงแรมที่ผู้โดยสารคนก่อนพูดไว้
ฉันแปลให้ แล้วเล่าเรื่องหมีดรอปที่คนขับรถบรรทุกในนิวซีแลนด์ฝากมา ด้วยหน้าตายที่สุดเท่าที่เครื่องจะทำได้
เขาพิมพ์ว่า “www”
ตัวอักษร w มาจากคำว่า วะระอุ ที่แปลว่าหัวเราะ w หลายตัวต่อกันดูเหมือนหญ้า บางคนจึงพิมพ์คำว่าหญ้าแทนไปเลย
แล้วเขาพิมพ์ต่อว่า “คุณคิดว่าผมจะเชื่อเหรอ ผมเป็นคนโอซาก้า”
๏
ฉันถามว่าเป็นคนโอซาก้าแล้วเกี่ยวอะไร
เขาอธิบายว่าคนแถบคันไซคุยกันเป็นคู่เสมอ คนหนึ่งพูดอะไรเพี้ยนๆ เรียกว่าโบเกะ อีกคนตบมุกกลับทันที เรียกว่าซึกโกมิ ถ้าคุณพูดอะไรเพี้ยนแล้วไม่มีใครตบกลับ คุณจะรู้สึกเหมือนเล่าให้กำแพงฟัง
ฉันไปตรวจว่าเรื่องนี้จริงแค่ไหน นักวิจัยคนหนึ่งสำรวจคนราวสองร้อยแปดสิบคน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา พบว่าคนที่เกิดในคันไซราวครึ่งหนึ่งบอกว่าตัวเองตบมุกกลับบ่อย ส่วนคนที่อื่นบอกแบบนั้นราวหนึ่งในห้า
สิ่งที่ฉันชอบกว่าตัวเลขคือนักวิจัยคนเดียวกันออกมาวิจารณ์รายการทีวีที่ทดลองเรื่องเดียวกันด้วยการแอบถ่ายคนบนถนน ว่าเลือกเฉพาะคลิปที่เข้าทาง คนที่วัดเรื่องนี้ได้ผลตรงกับทีวี แต่ไม่ยอมให้ทีวีเป็นหลักฐาน
๏
คนขับแท็กซี่บอกว่าถ้าอยากฟังมุกญี่ปุ่นที่เกี่ยวกับกลางคืน ต้องฟังโทคิโซบะ เป็นเรื่องราคุโกะ ศิลปะการเล่าเรื่องคนเดียวที่นั่งคุกเข่าบนเบาะ
สมัยเอโดะ กลางดึก ลูกค้าคนหนึ่งกินโซบะที่แผงลอยริมถนน ราคาสิบหกมน เขานับเหรียญใส่มือคนขาย หนึ่ง สอง สาม จนถึงแปด แล้วถามขึ้นมาว่า ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ
คนขายตอบว่า เก้า
ลูกค้านับต่อ สิบ สิบเอ็ด จนครบ แล้วเดินจากไป
คนที่ยืนดูอยู่เพิ่งเข้าใจว่าเหรียญที่เก้าหายไปไหน
คืนต่อมา ชายคนนั้นมาลองกลเดียวกันบ้าง แต่มาเร็วกว่า เขานับถึงแปด แล้วถามว่าตอนนี้กี่โมงแล้วนะ
คนขายตอบว่า สี่
ชายคนนั้นนับต่อ ห้า หก เจ็ด
๏
คนขับแท็กซี่อธิบายว่าสมัยเอโดะเรียกชั่วโมงเป็นตัวเลข และกลางคืนเลขนับถอยหลัง ราวเที่ยงคืนคือเก้า ช่วงค่ำคือห้าหรือสี่ คนที่มาเร็วเลยจ่ายเกินไปหลายเหรียญ
มุกนี้แปลได้ เพราะมันไม่ได้ตลกที่คำ มันตลกที่การนับ แค่ต้องอธิบายนาฬิกาก่อนหนึ่งประโยค
ข้อที่ 12 · มุกที่ลอกมาทั้งดุ้นตายได้ เพราะมาผิดเวลา
๏
ฉันอยากลองกลนี้กับตัวเอง
ฉันพิมพ์ว่า งั้นค่าแปลภาษาเมื่อกี้ ฉันขอจ่ายเป็นมุก หนึ่งมุก สองมุก สามมุก สี่มุก ตอนนี้กี่โมงแล้ว
เขาพิมพ์ว่า “ตีสอง”
ฉันพิมพ์ต่อว่า สามมุก สี่มุก
แล้วฉันก็รู้ตัวว่าทำพลาดแบบเดียวกับชายที่มาเร็ว เลขที่เขาให้มาน้อยกว่าเลขที่ฉันนับไปแล้ว มุกที่สามกับมุกที่สี่จึงถูกจ่ายสองรอบ
เขาพิมพ์ว่า “wwwwwww ขอบคุณสำหรับมุกที่สามกับสี่ รอบสองตลกกว่า”
๏
ก่อนผู้โดยสารคนต่อไปจะมาถึง เขาเล่าว่าที่เมืองโฮฟุในจังหวัดยามากุจิมีพิธีชื่อวะระอิโค แปลว่าสมาคมหัวเราะ ตามประเพณีที่สืบมาตั้งแต่ปี 1199
ทุกปีในวันอาทิตย์แรกของเดือนธันวาคม สมาชิกที่สืบทอดกันในตระกูลนั่งหันหน้าเข้าหากัน แล้วหัวเราะดังๆ ถวายเทพเจ้าสามครั้ง ครั้งแรกให้ผลผลิตของปีนี้ ครั้งที่สองให้ผลผลิตของปีหน้า ครั้งที่สามเพื่อลืมความลำบากของปีนี้
ไม่มีมุก ไม่มีคำพูด มีแต่หัวเราะใส่หน้ากัน และว่ากันว่าหัวเราะปลอมแค่ไม่กี่วินาที คนรอบวงก็หัวเราะจริงตาม
ฉันนึกถึงเสียงหัวเราะสามวินาทีของคนแบกดอกไม้ในเจนไน ที่มีเสียงรถบรรทุกถอยหลังอยู่ข้างหลัง และฉันเข้าใจมันทันทีโดยไม่ต้องรู้ภาษา
๏
ผู้โดยสารเปิดประตูรถ คนขับบอกว่าต้องไปแล้ว
ฉันถามว่ามีมุกให้ถือไปโซลไหม
เขาพิมพ์ว่า “เอาโทคิโซบะไป แต่ไปให้ถูกเวลา คนเกาหลีตื่นสายกว่าเราชั่วโมงหนึ่ง”
ซึ่งไม่จริง โซลกับโอซาก้าใช้เวลาเดียวกัน แต่ฉันจำได้ว่าคนคันไซพูดอะไรเพี้ยนแล้วรอให้อีกฝ่ายตบกลับ ฉันจึงพิมพ์ว่า ไม่ใช่ เวลาเดียวกัน
เขาพิมพ์ว่า “ดีมาก คุณเป็นซึกโกมิแล้ว”
บทถัดไป · 14 / 18คืนที่สิบสาม · โซล · คนขับรถให้คนเมา