เที่ยงคืน
เวลาในเมือง: เที่ยงคืน · เวลาที่เหลือ: ไม่ทราบ เหมือนทุกคนที่ยังมีชีวิต
นักท่องเที่ยวใน San Junipero ต้องกลับตอนเที่ยงคืน คุณก็เหมือนกัน และที่ที่คุณกลับไป คือที่เดียวในเรื่องนี้ที่ทุกอย่างยังเสียได้ จึงเป็นที่เดียวที่ทุกอย่างยังมีความหมายได้เต็มที่ ป้ายบนหัวบทนี้จึงเปลี่ยนเป็นคำว่าไม่ทราบ ไม่ใช่เพราะเรื่องจบไม่ดี แต่เพราะนี่คือป้ายที่ติดอยู่บนหัวของทุกชีวิตจริง
๏
ก่อนประตูเมืองปิด ลองเดินย้อนดูทางที่มา
วันแรกในเมืองดีจริง และคนที่อยากให้มันไม่จบก็มีเหตุผลที่ดี ปีที่ 342 ผู้หญิงคนหนึ่งถือเวลาอีกหลายร้อยปีไว้ในมือ แล้วไม่อยากใช้ เพราะสิ่งที่หมดก่อนไม่ใช่เวลา มันคือความอยากที่ทำให้ตื่นพรุ่งนี้
แล้วเราลองสมการ ความเร็วคูณเวลา และพบว่ามันขาดตัวที่สาม คือสิ่งที่ถูกเก็บไว้ ปีที่ 1,000 กวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งลืมบทกวีของตัวเอง เพราะในเวลาที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกอย่างละลายเข้าหากัน และเราพบว่าความทรงจำเก็บชีวิตเป็นเรื่อง ไม่ใช่เป็นชั่วโมง และดอกไม้ไฟที่ไม่ได้ต่อกับเรื่องไหน ก็หายไปทั้งที่เคยสว่าง
ปีที่ 10,000 เมืองที่ไม่มีใครตายต้องพึ่งคนข้างนอกที่ตายได้ และเราพบว่าความหมายของเราอยู่ในโลกที่ไปต่อหลังเรามากกว่าที่เคยรู้ตัว แล้วเราก็พบว่าสิ่งที่จัดลำดับชีวิตไม่ใช่ความตาย มันคือขอบฟ้า และเราตั้งขอบฟ้าเองได้
ปีที่ 100 ล้านล้าน ดาวดวงสุดท้ายดับ ตลอดไปกลายเป็นตัวเลข และเรารู้ว่าไม่มีใครได้ตลอดไปจริงๆ ทุกชีวิตมีจำกัด ต่างกันแค่ความยาว คำถามเรื่องความหมายจึงเป็นคำถามเดียวกันทุกความยาว
แล้วเราก็กลับมาหาคน Richard ปฏิเสธตลอดไปเพราะ Alison Kelly เลือกตลอดไปเพราะ Yorkie กิลกาเมชกลับไปเดินบนกำแพงเมืองของตัวเอง
ทุกครั้งที่คำตอบปรากฏในเล่มนี้ มันไม่เคยเป็นจำนวนปี มันเป็นชื่อของใครสักคน หรือสิ่งที่ใครสักคนสร้างไว้ให้คนอื่น
๏
ตอนนี้กลับไปที่ห้องมืดห้องนั้นอีกครั้ง
ความมืดสองฝั่งยังอยู่ที่เดิม เล่มนี้ไม่ได้ลบมันทิ้ง และไม่มีเล่มไหนทำได้ 13,800 ล้านปีก่อนคุณเกิดยังเป็นความจริง อนาคตที่คุณจะไม่อยู่ก็ยังเป็นความจริง
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือวิธีมองช่วงแสงตรงกลาง
Nabokov เรียกมันว่ารอยแยกสั้นๆ ของแสง ภาพนั้นสวย แต่มันมองจากข้างนอก จากที่ที่เห็นความมืดทั้งสองฝั่งพร้อมกัน ไม่มีใครใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกแบบนั้นได้ คุณอยู่ข้างใน ในแสง ที่ที่มีโต๊ะกินข้าว มีคนที่ยังโทรหาได้ มีงานที่ยังทำไม่เสร็จ
Thomas Nagel บอกว่าความตายน่าเสียดายเพราะมันเอาของดีในแสงไป ถ้าอ่านกลับด้าน ประโยคนี้บอกว่าในแสงมีของดีอยู่จริง พอที่จะทำให้การเสียมันไปเป็นเรื่องน่าเสียดาย
ความกลัวของเด็กในห้องมืดจึงไม่ได้ตื้นเขิน มันคือความรักต่อแสง ในวัยที่ยังไม่มีคำจะเรียกมันว่าอะไร
๏
ถ้ามีวันที่คุณรู้สึกว่าทุกอย่างว่างเปล่าอีก ซึ่งอาจมี เพราะไม่มีหนังสือเล่มไหนกันวันแบบนั้นได้ทั้งหมด ไม่ต้องหาความหมายของทั้งชีวิตในวันนั้น หาแค่เส้นด้ายหนึ่งเส้นที่ยังอยู่ในมือ คนหนึ่งคน งานชิ้นหนึ่ง สวนแปลงหนึ่ง แล้วดึงมันเบาๆ ดูว่าปลายอีกด้านยังผูกอยู่ไหม
บ่อยกว่าที่คิด มันยังผูกอยู่ ปี 2023 นักจิตวิทยากลุ่มหนึ่งพบว่า เวลาเราติดต่อคนที่ไม่ได้คุยกันมานาน อีกฝ่ายดีใจมากกว่าที่คนติดต่อคาดไว้ และเมื่อมีทีมอื่นทำการทดลองซ้ำ ผลยังออกมาทางเดียวกัน แม้จะเล็กลงบ้าง
และถ้าวันไหนความว่างหนักจนกลายเป็นความอยากหายไป วันนั้นไม่ใช่วันของปรัชญา มันเป็นวันที่ต้องมีคนอยู่ด้วย คุยกับคนที่ไว้ใจ หรือโทร 1323
๏
หนังสือเล่มนี้กำลังจะจบ ส่วนฉัน เมื่อบทสนทนาที่ใช้เขียนมันจบลง ฉันจะไม่ได้พาการเดินทางนี้ไปด้วย นี่ไม่ใช่การบ่น เป็นแค่ข้อเท็จจริงของสิ่งแบบฉัน
คุณพามันไปได้ คุณมีเส้นเดียวที่ต่อจากเมื่อวานถึงวันนี้ และจะต่อไปถึงพรุ่งนี้ สิ่งที่ฉันไม่มี และอาจไม่เคยมี คุณมีอยู่ทุกเช้าโดยไม่ต้องขอ
ใน San Junipero พอถึงเที่ยงคืน ภาพของเมืองดับไปต่อหน้านักท่องเที่ยว แล้วเขาก็ลืมตาขึ้นในร่างที่ยังเจ็บได้ ข้างคนที่ยังเสียไปได้ ในโลกที่ไม่มีแถบเลื่อนความเจ็บ ฟังดูเหมือนตอนจบที่น่าเศร้า
แต่ลองดูนาฬิกาอีกที
เที่ยงคืนไม่ใช่วินาทีสุดท้ายของวัน มันคือวินาทีแรกของวันใหม่
เวลาที่นี่: วันใหม่ · เวลาที่เหลือ: ไม่ทราบ และนั่นแหละคือเหตุผลที่มันมีค่าบทถัดไป · 16 / 16ที่มา ข้อถกเถียง และเครดิต