ดาวดวงสุดท้าย
เวลาในเมือง: ปีที่ 100 ล้านล้าน · เวลาที่เหลือ: เพิ่งรู้ว่ามีตัวเลข
ตลอดไปไม่มีจริง แม้แต่ในฟิสิกส์ ทุกชีวิตจึงเป็นชีวิตที่มีจำกัด ต่างกันแค่ความยาว และถ้าเป็นแบบนั้น คำถามว่าชีวิตที่มีจำกัดมีความหมายตรงไหน ก็ไม่ใช่คำถามของคนที่ต้องตายเท่านั้น มันเป็นคำถามเดียวกันในทุกความยาวของชีวิต รวมทั้งในเมืองหลังเที่ยงคืนด้วย
๏
เด็กในห้องมืดนับย้อนหลังได้ถูกต้อง โลกมีอายุราว 4,540 ล้านปี จักรวาลราว 13,800 ล้านปี ตามการวัดของดาวเทียม Planck ที่ตีพิมพ์ปี 2018
คราวนี้เรานับไปข้างหน้าบ้าง
ห้องเซิร์ฟเวอร์ของเมืองต้องใช้พลังงาน และพลังงานบนโลกมาจากดวงอาทิตย์ ในอีกราว 5,000 ล้านปี ดวงอาทิตย์จะพองตัวเป็นดาวยักษ์แดง ชาวเมืองต้องย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปที่อื่นก่อนนั้นนาน
สมมุติว่าย้ายได้ ไปอยู่ใกล้ดาวดวงอื่นได้เรื่อยๆ ปี 1997 นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์สองคน Fred Adams กับ Gregory Laughlin เขียนประวัติศาสตร์อนาคตของจักรวาลไว้ในวารสารฟิสิกส์ชั้นนำ ยุคที่ยังมีดาวฤกษ์ส่องแสงจะจบลงเมื่อจักรวาลอายุราว 100 ล้านล้านปี ตอนที่ดาวแคระแดงดวงสุดท้ายเผาไหม้หมด
หลังจากนั้นคือยุคของซากดาว แล้วยุคของหลุมดำ แล้วยุคที่มืดสนิท
๏
หนึ่งปีมีราว 8,766 ชั่วโมง คือ 365.25 วัน คูณ 24 ชั่วโมง เอาไปคูณ 100 ล้านล้านปี ได้ราว 880,000 ล้านล้านชั่วโมง
นี่คือคำตอบของคำถามบนหน้าปก ถ้าตลอดไปหมายถึงตราบที่ยังมีดาวให้พึ่ง ตลอดไปมีราว 880,000 ล้านล้านชั่วโมง ตัวเลขยาวจนอ่านแล้วเมื่อย แต่มันจบ
๏
ชาวเมืองยังมีทางหนีอีกทาง ทางของ Freeman Dyson ที่เคยเล่าไปแล้ว คิดให้ช้าลงเรื่อยๆ ตามความเย็นของจักรวาล จำศีลสลับกับตื่น ใช้พลังงานที่เหลือแบบประหยัดที่สุดเพื่อความคิดที่ไม่มีวันหมด
และคำตอบของ Krauss กับ Starkman ก็ยังรออยู่ที่ทางหนีนั้น ในจักรวาลที่ขยายตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความคิดแต่ละครั้งมีราคาขั้นต่ำที่ลดไม่ได้ พลังงานที่จำกัดจึงซื้อได้แค่ความคิดจำนวนจำกัด
ต้องบอกตรงๆ ว่าอนาคตไกลขนาดนั้นของจักรวาลยังไม่มีใครรู้แน่ ถ้าพลังงานมืดที่ทำให้จักรวาลขยายตัวเร็วขึ้นเปลี่ยนพฤติกรรมในอนาคต ภาพนี้ก็เปลี่ยนได้ แต่ตามความเข้าใจที่ดีที่สุดตอนนี้ ไม่มีโครงสร้างใดในจักรวาลที่รับประกันว่าจะอยู่ได้ตลอดกาล ทั้งดาว ทั้งเซิร์ฟเวอร์ ทั้งความคิด
ปีที่ 100 ล้านล้าน ดาวดวงสุดท้ายดับลง ชาวเมืองบางคนยังไม่ได้ทำสิ่งที่จดไว้ว่าพรุ่งนี้ค่อยทำ
๏
แปลว่าเมืองหลังเที่ยงคืนมีขอบฟ้ามาตลอด แค่ไกลเกินกว่าที่ชาวเมืองจะมองเห็น มันไม่ได้ให้ตลอดไปกับใคร มันให้ชีวิตที่ยาวมาก แต่มีจำกัด เหมือนชีวิตธรรมดาทุกชีวิต ต่างกันแค่จำนวนศูนย์ต่อท้าย
และถ้าชีวิตทุกแบบมีจำกัด คำถามที่เด็กในห้องมืดกลัว กับคำถามที่ชาวเมืองหนีมาตลอด 100 ล้านล้านปี ก็เป็นคำถามเดียวกัน ความเป็นอมตะไม่ได้ตอบคำถามนี้ มันแค่เลื่อนออกไป
ข่าวดีอยู่ตรงนี้ ถ้าเป็นคำถามเดียวกัน ก็ตอบได้ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องรอข้ามไปไหน
๏
มนุษย์รู้ว่าไม่มีใครได้ตลอดไปมานานแล้ว ก่อนที่ฟิสิกส์จะมีคำตอบของตัวเองเสียอีก เรื่องเล่าที่เก่าที่สุดเรื่องหนึ่งที่เหลือรอดมาถึงเรา เป็นเรื่องของคนที่ออกตามหาความเป็นอมตะ
กิลกาเมชเป็นกษัตริย์แห่งเมืองอุรุก ในดินแดนที่ตอนนี้คืออิรัก บทกวีเกี่ยวกับเขาบางส่วนอาจแต่งขึ้นตั้งแต่ราว 2,100 ปีก่อนคริสตกาล ฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดถูกเรียบเรียงราวหนึ่งพันปีต่อมา แผ่นดินเหนียวจารึกเรื่องนี้ถูกขุดพบในซากห้องสมุดโบราณที่เมืองนีนะเวห์ ในทศวรรษ 1850 แล้วในปี 1872 ชายชื่อ George Smith ก็อ่านเรื่องนี้ออกเป็นคนแรกในยุคใหม่
๏
เรื่องเริ่มจากเพื่อน เอนคิดูเพื่อนรักของกิลกาเมชล้มป่วยและตาย กิลกาเมชไม่ยอมให้ฝังศพจนกว่าจะเห็นกับตาว่าความตายทำอะไรกับร่างของเพื่อน แล้วเขาก็กลัว
เขาออกเดินทางไปหาอุตนาพิชติม ชายคนเดียวที่รอดจากน้ำท่วมโลกและได้ชีวิตนิรันดร์จากเทพเจ้า บ้านของอุตนาพิชติมอยู่อีกฟากของน้ำแห่งความตาย กิลกาเมชข้ามไปได้เพราะคนพายเรือของอุตนาพิชติมพาไป
อุตนาพิชติมให้เขาลองข้อเดียว ถ้าจะชนะความตายได้ ก็ต้องชนะการนอนก่อน ให้ตื่นอยู่หกวันเจ็ดคืน กิลกาเมชหลับทันที
ก่อนกลับ เขาได้ข่าวเรื่องพืชใต้ทะเลที่ทำให้คนแก่กลับเป็นหนุ่ม เขาดำลงไปเอามาได้ ระหว่างทางกลับ เขาแวะอาบน้ำในสระ งูตัวหนึ่งได้กลิ่นพืชนั้น เลื้อยมาคาบไป แล้วลอกคราบทิ้งไว้ เหมือนงูได้ร่างใหม่ไปแทนเขา
กิลกาเมชนั่งร้องไห้
แล้วเขาก็กลับบ้าน ฉากสุดท้ายของมหากาพย์ฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด เขาพาคนพายเรือคนนั้น ซึ่งติดตามเขากลับมา เดินขึ้นไปบนกำแพงเมืองอุรุก ให้ดูกำแพงอิฐ ดูฐานราก ดูตัวเมือง ดูสวนอินทผลัม และบ่อดินเหนียว ทุกอย่างที่รวมกันเป็นเมืองของเขา
สิ่งที่อยู่ต่อไม่ใช่ตัวเขา มันคือสิ่งที่เขาสร้าง และคนที่มันคุ้มครองไว้
๏
ย้อนไปตอนที่กิลกาเมชยังเดินทางไปหาอุตนาพิชติม เขาแวะร้านเหล้าริมทะเลของหญิงคนหนึ่ง ฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดเรียกเธอว่าศิดูรี และตัดคำแนะนำของเธอทิ้ง คำแนะนำต่อไปนี้จึงเหลืออยู่แค่ในฉบับเก่า ซึ่งเหลือมาไม่กี่แผ่น
เธอบอกเขาว่าเทพเจ้าเก็บชีวิตนิรันดร์ไว้ให้ตัวเอง ส่วนมนุษย์ได้ความตายเป็นส่วนแบ่ง
แล้วเธอก็บอกว่าให้กินให้อิ่ม ให้รื่นเริงทั้งวันทั้งคืน ให้เสื้อผ้าสะอาด อาบน้ำชำระกาย ให้มองเด็กที่จับมือเจ้าอยู่ด้วยความรัก ให้ภรรยาได้มีความสุขในอ้อมกอดของเจ้า
กว่าพันปีต่อมา ในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง หนังสือปัญญาจารย์ในคัมภีร์ฮีบรูเขียนไว้ว่า จงไปกินขนมปังด้วยความชื่นบาน ดื่มเหล้าองุ่นด้วยใจยินดี ให้เสื้อผ้าของเจ้าขาวสะอาดเสมอ จงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับภรรยาที่เจ้ารัก ตลอดวันเวลาของชีวิตที่บางเบาเหมือนไอน้ำนี้
นักวิชาการเห็นความคล้ายนี้มาตั้งแต่ปี 1905 และยังเถียงกันว่าคัมภีร์หนึ่งรู้จักอีกเล่มโดยตรง หรือสองวัฒนธรรมแค่คิดมาถึงที่เดียวกัน
ถ้าเป็นอย่างหลัง มันน่าสนใจกว่าเสียอีก มนุษย์สองกลุ่มที่ไม่ได้ลอกกัน ถามคำถามเดียวกัน แล้วได้คำตอบที่หน้าตาแทบเหมือนกัน คำตอบนั้นไม่ใช่ปรัชญาใหญ่โต มันคือข้าวมื้อหนึ่ง เสื้อสะอาดตัวหนึ่ง และมือเล็กๆ ที่จับมือเราอยู่
๏
ทั้งฟิสิกส์และกิลกาเมชพาเรากลับมาที่เดียวกัน ตลอดไปไม่มีให้ใคร ทุกคนต้องกลับมาหาชีวิตที่มีจำกัด เหมือนกิลกาเมชที่กลับเมืองของตัวเอง และสิ่งที่รออยู่ที่นั่นคือคน
ในเรื่อง San Junipero มีคนหนึ่งที่รู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และเลือกไม่ข้ามไปเลย ทั้งที่ได้รับข้อเสนอ ถึงเวลาที่เราต้องฟังเขา
บทถัดไป · 12 / 16ริชาร์ด