15 · จากเป็น ไปไม่ถึงควร
ถ้าหมอบอกคุณว่าน้ำตาลในเลือดของคุณสูงจนเสี่ยงเป็นเบาหวาน ประโยคนั้นเป็นข้อเท็จจริง ส่วนประโยคว่าคุณควรลดของหวาน ไม่ได้ตามมาจากข้อเท็จจริงข้อนั้นเพียงข้อเดียว มันต้องการอีกข้อหนึ่งที่ไม่มีใครพูดออกมา คือสุขภาพของคุณเป็นสิ่งที่ควรรักษาไว้
ข้อเท็จจริงทั้งโลกเรียงต่อกันยาวแค่ไหน ก็ไม่จบที่คำว่าควร ถ้าไม่มีคำว่าควรซ่อนอยู่ในข้อตั้งตั้งแต่แรก
การกระโดดที่ไม่มีใครเห็น
มีคนสังเกตเห็นการกระโดดข้ามนี้เมื่อเกือบสามร้อยปีก่อน
David Hume เจ้าของดวงอาทิตย์ที่อาจไม่ขึ้นในบทที่ 11 เขียนไว้ในเล่มที่สามของหนังสือที่พิมพ์ในปี 1740 ว่า เขาอ่านงานเรื่องศีลธรรมมาหลายเล่ม ผู้เขียนเริ่มด้วยประโยคแบบ เป็น กับ ไม่เป็น ตามปกติ แล้วจู่ๆ เขาก็พบว่าทุกประโยคกลายเป็นประโยคแบบ ควร กับ ไม่ควร การเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีใครทันสังเกต Hume บอกว่าความสัมพันธ์แบบใหม่นี้ต้องถูกชี้ให้เห็นและอธิบาย เพราะดูเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะถูกอนุมานออกมาจากความสัมพันธ์อีกแบบที่ต่างจากมันโดยสิ้นเชิง
ทำไมท่อจึงส่งมันมาไม่ได้
เครื่องมือของบทที่ 4 และบทที่ 6 อธิบายข้อสังเกตของ Hume ได้
ข้อสรุปของทางที่ไม่รั่วอยู่ในข้อตั้งของมันเสมอ ท่อส่งต่อได้แต่ของที่ถูกเทลงไป ถ้าข้อตั้งทุกข้อพูดแต่เรื่องที่เป็น คำว่าควรที่ออกมาที่ปลายท่อจะมาจากไหน
นักตรรกศาสตร์ A. N. Prior ชี้ในปี 1960 ว่ามีทางหนึ่งที่ดูเหมือนทำได้ และมันใช้รูปทรงเดียวกับบรรทัดที่สองของข้อพิสูจน์เรื่องขนมชั้น จากประโยคว่า การดื่มชาเป็นเรื่องธรรมดาในอังกฤษ สรุปได้โดยไม่รั่วว่า การดื่มชาเป็นเรื่องธรรมดาในอังกฤษ หรือชาวนิวซีแลนด์ทุกคนควรถูกยิง
คำว่าควรโผล่ออกมาจริง และชาวนิวซีแลนด์ทุกคนวางใจได้ ส่วนที่มีคำว่าควรไม่ได้ถูกยืนยันเลยแม้แต่น้อย ประโยคทั้งประโยคจริงเพราะส่วนแรกจริง ไม่ว่าส่วนที่มีคำว่าควรจะเป็นอย่างไร คำว่าควรเพียงแบบเดียวที่ตรรกะผลิตจากข้อเท็จจริงล้วนๆ ได้ คือคำว่าควรที่ไม่ได้สั่งให้ใครทำอะไร
คนที่พยายามข้าม
ไม่ใช่ทุกคนยอมรับช่องว่างนี้
John Searle เสนอในบทความปี 1964 ว่า การที่คนหนึ่งพูดว่าฉันสัญญา เป็นข้อเท็จจริง และจากข้อเท็จจริงนั้น คำว่าเขาควรทำตามสัญญาก็ตามมาได้ R. M. Hare ตอบในปีเดียวกันว่าการอนุมานนั้นใช้ไม่ได้ ในข้อเท็จจริงเรื่องการให้สัญญา มีคำว่าควรฝังอยู่ในกติกาของการสัญญาตั้งแต่ต้นแล้ว ข้อถกเถียงนี้ยังเปิดอยู่ และยังมีนักปรัชญาอีกหลายสายที่ถือว่าความดีเองก็เป็นข้อเท็จจริงชนิดหนึ่ง
คำว่าควรยังต้องผ่านสองขอบ
แต่ข้อเท็จจริงกับตรรกะไม่ได้ไร้ประโยชน์ต่อคำว่าควร
ข้อเท็จจริงบอกว่าทางไหนไปถึงอะไร เมื่อคุณรู้แล้วว่าอยากไปที่ไหน ข้อเท็จจริงของหมอคือแผนที่ที่ขาดไม่ได้
ตรรกะบอกได้อีกสองเรื่อง เพื่อพูดมัน ให้ทางเลือกของการกระทำแต่ละทางเป็นโลกหนึ่งใบ และให้คำว่าควรแต่ละข้อพับทางเลือกที่มันห้ามลง ตรรกะสาขาที่ว่าด้วยคำว่าควร (deontic logic) ซึ่งเริ่มจากบทความของ Georg Henrik von Wright ในปี 1951 ศึกษาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ และระบบมาตรฐานของมันนับชุดคำว่าควรที่ห้ามทุกทางพร้อมกันว่าขัดแย้ง
คำว่าควรที่ไม่ห้ามอะไรเลย อยู่ที่ขอบบนของการกระทำ ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ไม่มีวันผิด เพราะไม่เคยตัดทางเลือกไหนทิ้ง มันจึงไม่บอกทางใคร
ชุดของคำว่าควรที่ในสถานการณ์หนึ่งห้ามทุกทางเลือกพร้อมกัน อยู่ที่ขอบล่างของการกระทำ ทุกทางที่คุณเลือกจะผิดอะไรสักข้อ ชุดนั้นจึงแยกทางดีออกจากทางแย่ไม่ได้อีก เหมือนข้อขัดแย้งที่แยกจริงออกจากเท็จไม่ได้
สังเกตให้ดีว่าสองข้อนี้ไม่ได้บอกคุณว่าควรทำอะไร มันบอกแค่ว่าคำว่าควรแบบไหนที่ใช้นำทางไม่ได้ ส่วนการเลือกว่าจะไปที่ไหน ยังเป็นของคุณ
ข้อเท็จจริงบอกคุณได้ว่าทางไหนไปถึงอะไร ตรรกะบอกได้ว่าคุณคิดตามทางนั้นไม่รั่ว แต่จะไปที่ไหน ข้อเท็จจริงลำพังตอบแทนคุณไม่ได้
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีการอนุมานจาก เป็น ไปสู่ ควร ที่ยืนได้ โดยไม่มีคำว่าควรซ่อนอยู่ในข้อตั้งข้อใด และคำว่าควรที่ได้ออกมาสั่งการกระทำได้จริง ไม่ได้แค่เกาะอยู่ข้างส่วนที่จริงแบบตัวอย่างของ Prior ข้อถกเถียงเรื่องนี้ยังเปิดอยู่ ส่วนภาพของคำว่าควรที่อยู่ที่ขอบบนและขอบล่างของการกระทำ เป็นการอ่านของเล่มนี้ ที่สอดคล้องกับระบบมาตรฐานของ deontic logic แต่ไม่ใช่ผลที่วัดจากชีวิตจริง
แหล่ง:
- Hume 1740, A Treatise of Human Nature เล่ม 3 ภาค 1 ตอน 1 — https://hume.ucdavis.edu/phi174/tb3p1s1.html
- Prior 1960, "The Autonomy of Ethics", Australasian Journal of Philosophy 38: 199–206 ตัวอย่างการดื่มชาในอังกฤษ ตามที่ยกไว้ใน Notre Dame Philosophical Reviews — https://ndpr.nd.edu/reviews/barriers-to-entailment-humes-law-and-other-limits-to-logical-consequence/
- Searle 1964, "How to Derive 'Ought' from 'Is'", Philosophical Review 73(1): 43–58 — https://philpapers.org/rec/SEAHTD-2
- von Wright 1951, "Deontic Logic", Mind 60: 1–15
- Hare 1964, "The Promising Game" คำตอบต่อ Searle พิมพ์ซ้ำในหนังสือรวมบทความปี 1969 — https://link.springer.com/chapter/10.1007/978-1-349-15336-7_15