1 · สามสิบถาดถึงจะเท่าทุน
ใบเสร็จ · หมูกระทะเจ๊ตุ๊ก · โต๊ะ 7
บุฟเฟต์ผู้ใหญ่ 1 ท่าน · 399.00
ลุงเก็บสั่ง: หมูสามชั้น 30 ถาด
ส่วนที่ไม่มีในบิล: กระดุมกางเกง 1 เม็ด · ยาลดกรด 2 เม็ด · คืนที่นอนไม่หลับ 1 คืน
ร้านในฉากนี้แต่งขึ้น เลข 399 กับเลขสามสิบไม่ได้แต่ง เงิน 399 บาทจ่ายไปแล้วตั้งแต่ก่อนถาดแรก ถาดที่สามสิบไม่ได้ทวงเงินก้อนนั้นคืน มันจ่ายเพิ่มด้วยท้อง
เลขสามสิบมาจากไหน
เลขสามสิบมีคนคำนวณไว้จริง บทความแนะนำการกินบุฟเฟต์บนเว็บไซต์การเงินแห่งหนึ่งของไทย เผยแพร่เดือนกันยายน 2020 ตั้งโจทย์ไว้ตรง ๆ ว่ากินกี่ถาดถึงจะไม่ขาดทุนกับบุฟเฟต์หมูกระทะ 399 บาท หมูสามชั้นราคาตลาดกิโลกรัมละ 135 บาท หนึ่งถาดหนึ่งขีด ตกถาดละ 13.5 บาท แล้วสรุปว่า "เราต้องกินมากถึง 30 ถาด จึงจะคุ้มค่า เพราะคิดเป็นจำนวนเงินออกมา อยู่ที่ 405 บาท ซึ่งไม่ขาดทุนแน่นอน"
บวกลบคูณหารในบทความถูกหมด สามสิบคูณสิบสามบาทห้าสิบสตางค์ได้ 405 บาทจริง แต่สิ่งที่มันคำนวณคือหมูกี่ถาดมีราคาตลาดเท่ากับเงินที่จ่ายไป นั่นไม่ใช่คำถามเดียวกับว่าอยากกินกี่ถาด และไม่ใช่คำถามเดียวกับว่าถาดไหนทำให้มื้อนี้ดีขึ้น
ลุงเก็บ: ถาดที่ยี่สิบเจ็ด อีกสามถาดเท่าทุน
ป้าพอ: (วางตะเกียบ)
ลุงเก็บ: ป้าเพิ่งเก้าถาดเองนะ ขาดทุนไปสองร้อยเจ็ดสิบเจ็ดบาทห้าสิบสตางค์
ป้าพอ: ป้าคุ้มตั้งแต่ถาดที่สามแล้ว
ราคาของถาดแรกถึงถาดที่ร้อย
ที่บุฟเฟต์ ทุกถาดมีราคาเท่ากันหมด คือศูนย์บาท นี่คือสิ่งที่ทำให้บุฟเฟต์เป็นบุฟเฟต์ เงิน 399 บาทเป็นค่าผ่านประตู ไม่ใช่ค่าหมู พอนั่งลงที่โต๊ะแล้ว ถาดแรกฟรี ถาดที่สิบฟรี ถาดที่สามสิบก็ฟรี คำถามเดียวที่เหลือสำหรับแต่ละถาดคือ อยากกินถาดนี้ไหม เพราะถาดนี้
ใบเสร็จในหัวไม่คิดแบบนั้น มันคิดว่า 399 บาทเป็นหนี้ที่ร้านติดลุงเก็บไว้ และทุกถาดคือการทวงหนี้คืนทีละ 13.5 บาท ถาดที่ยี่สิบเก้ากับถาดที่สามสิบจึงไม่ได้ถูกกินเพราะอร่อย มันถูกกินเพราะมันคือเงินงวดสุดท้าย
หลานโปร: เจ๊ไม่กลัวขาดทุนเหรอครับ ลุงผมกินสามสิบถาด
เจ๊ตุ๊ก: เจ๊ไม่ได้ตั้งราคาจากโต๊ะลุงหนูโต๊ะเดียวหรอก เจ๊ตั้งจากทุกโต๊ะรวมกัน
หลานโปร: แล้วลุงผมขาดทุนไหมครับ
เจ๊ตุ๊ก: เรื่องเงินลุงไม่ขาดทุน เรื่องกระเพาะเจ๊ไม่แน่ใจ
ร้านที่ปรับเงินคนกินเหลือ ยังบอกว่าไม่ต้องยัด
ฝั่งร้านจริงมีเลขของตัวเองเหมือนกัน ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ร้านบุฟเฟต์ร้านหนึ่งในขอนแก่นเล่าลงเพจของร้าน แล้วสำนักข่าวนำไปรายงานต่อ ลูกค้าสี่คนมาใช้โปรมาสี่จ่ายสาม หัวละ 1,150 บาทบวกภาษีและค่าบริการ สั่งอาหารผ่านระบบอัตโนมัติเยอะมาก กินไปราวสองชั่วโมงแล้วไปต่อไม่ไหว
ของที่เหลือชั่งได้ 2.7 กิโลกรัม ร้านมีค่าปรับของเหลือขีดละ 300 บาท ยี่สิบเจ็ดขีดเป็น 8,100 บาท รวมค่าบริการห้าเปอร์เซ็นต์กับภาษีแล้วเป็น 9,100.35 บาท
สุดท้ายร้านยกเลิกค่าปรับ แล้วคิดค่าหัวเพิ่มอีกสามคนแทน ลูกค้ายินดีจ่าย และร้านปิดโพสต์ด้วยบรรทัดหนึ่ง "ทานเหลือไม่ต้องยัด=ปรับ=ห่อกลับเหมือนใหม่"
ร้านที่เก็บค่าปรับจากของเหลือ เขียนบอกลูกค้าเองว่าไม่ต้องยัด ให้ห่อกลับ ถ้ามีเสียงไหนในเรื่องนี้บอกให้ยัด เสียงนั้นไม่ได้มาจากร้าน
คำถามเดียว
หลานโปร: ลุงครับ ถ้าวันนี้เจ๊ตุ๊กเลี้ยงฟรี ลุงจะกินกี่ถาด
ลุงเก็บ: ก็คงสักสิบถาด ไม่ต้องฝืน
หลานโปร: แล้วอีกยี่สิบถาด ลุงกินให้ใครครับ
ลุงเก็บ: ...ให้สามร้อยเก้าสิบเก้าบาท
เงิน 399 บาทไม่ได้กินหมูสักชิ้น มันอยู่ในลิ้นชักเก็บเงินของเจ๊ตุ๊กตั้งแต่ก่อนเตาจะร้อน ยี่สิบถาดหลังของลุงเก็บถูกจ่ายด้วยท้องของลุงเอง เพื่อปิดใบเสร็จที่ปิดไปแล้วตั้งแต่ตอนจ่าย
คืนนั้นใบเสร็จใบหนึ่งเข้ากล่องรองเท้า อีกใบยังอยู่ในท้อง และใบที่สองนี่เองที่ทำให้ลุงเก็บนอนไม่หลับ
บทถัดไป · 3 / 1602 The Ticket In The Storm