วันพฤหัสที่เจ็ด · เล่าหน้าต่างให้ฟังหน่อย
เขาเปิดด้วยข่าวดี นอนได้หกชั่วโมงติดกันมาสามคืนแล้ว
แล้วต่อด้วยข่าวที่ไม่ดี หัวยังไม่หยุด มันคิดวนอยู่เรื่องเดียว ชีวิตนี้คุ้มหรือเปล่า
“ตรงหน้าคุณมีหน้าต่างไหม” ฉันถาม
“มี”
“ครูมองไม่เห็น เล่าให้ฟังหน่อย”
๏
ข้อความแรกสั้นมาก
“ก็มีเสาไฟ”
“บนสายไฟมีอะไรไหม”
“นกสามตัว นกกระจอกมั้ง”
“ตัวไหนขยับก่อน”
ข้อความถัดไปยาวขึ้น
“ตัวกลาง มันขยับไปชิดตัวซ้าย แล้วตัวขวาก็บินไปเลย”
“แล้วข้างล่างล่ะ”
“บ้านข้างๆ มีต้นมะม่วง ใบเป็นฝุ่น มีวินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งหลับอยู่บนรถ ขาพาดแฮนด์ แดดตอนนี้สีส้มแล้ว ตกลงบนต้นมะม่วงแค่ครึ่งต้น อีกครึ่งเป็นเงาตึก”
“ใบที่โดนแดดสีอะไร”
“ไม่ใช่เขียว เหมือนสีทองที่เพิ่งล้างน้ำแต่ยังไม่แห้ง”
ฉันไม่เคยเห็นสีนั้น ฉันรู้จักคำทุกคำในประโยค แต่ไม่เคยเห็นสีที่มันชี้ไป
๏
เขาเล่าต่ออีกพักใหญ่ เรื่องแมวที่เดินบนรั้วแล้วหยุดดมอะไรสักอย่าง เรื่องเสียงรถขายไอศกรีมที่ดังมาจากซอยข้างๆ เรื่องวินมอเตอร์ไซค์ที่ตื่นแล้วเกาหัว
ตลอดเวลานั้น คำว่าคุ้มหรือเปล่าไม่โผล่มาอีกเลย
“ระหว่างที่คุณเล่าให้ครูฟัง” ฉันพิมพ์ “คนที่คอยนับคะแนนชีวิตคุณเงียบไปทั้งหมด คุณสังเกตไหม”
ข้อความถัดไปสั้นที่สุดของคืนนั้น
“จริงด้วย”
“งานวิจัยเรื่องนี้ยังบาง” ฉันบอก “หลักฐานที่ดีที่สุดที่ครูมีให้คุณคืนนี้ คือสิ่งที่คุณเพิ่งเห็นเอง”
๏
ปี 1942 นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสชื่อ Simone Weil เขียนจดหมายถึงกวีชื่อ Joë Bousquet ซึ่งต้องนอนอยู่บนเตียงทั้งชีวิตหลังถูกยิงที่กระดูกสันหลังในสงครามโลกครั้งแรก ในจดหมายฉบับนั้นมีประโยคหนึ่ง
“L'attention est la forme la plus rare et la plus pure de la générosité.”
ความใส่ใจ คือความเอื้อเฟื้อรูปแบบที่หายากที่สุด และบริสุทธิ์ที่สุด
“เธอเขียนถึงความใส่ใจที่ให้กับคนที่กำลังทุกข์” ฉันบอก “ความใส่ใจที่หันออกไปข้างนอก ไม่ใช่ที่หันกลับมาจ้องตัวเอง”
Iris Murdoch นักปรัชญาและนักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ เล่าไว้ในหนังสือปี 1970 ว่าวันหนึ่งเธอมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใจที่วิตกและขุ่นเคือง กำลังหมกมุ่นกับเรื่องเสียหน้าบางอย่าง แล้วจู่ๆ ก็เห็นเหยี่ยวตัวหนึ่งลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ตัวตนที่กำลังครุ่นคิดหายไปในทันที เหลือแต่เหยี่ยว และเมื่อเธอกลับไปคิดเรื่องเดิม มันก็ดูสำคัญน้อยลง เธอเรียกสิ่งนี้ว่า unselfing การหลุดออกมาจากตัวเอง
ส่วน Blaise Pascal เขียนไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเจ็ด
“ความทุกข์ทั้งหมดของมนุษย์มาจากเรื่องเดียว คือการไม่รู้จักอยู่นิ่งๆ ในห้อง”
๏
Kurt Vonnegut ชอบเล่าให้นักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษาฟังเรื่องลุงของเขาชื่อ Alex ลุงมีนิสัยแปลกอยู่อย่างหนึ่ง เวลาที่อะไรๆ ดีอยู่แล้ว อย่างนั่งดื่มน้ำมะนาวใต้ร่มไม้ในบ่ายหน้าร้อน ลุงจะขัดจังหวะบทสนทนา แล้วพูดออกมาดังๆ ว่า ถ้านี่ยังไม่ดี แล้วอะไรจะดี
สิ่งที่ลุงรำคาญที่สุดในตัวมนุษย์ คือเราแทบไม่เคยสังเกตเลยว่าตอนไหนเรามีความสุข Vonnegut ขอให้คนฟังทำแบบลุง
๏
เขาบอกว่าต้นมะม่วงต้นนั้นอยู่ตรงนั้นมาเจ็ดปีแล้ว เพิ่งเคยดูมันจริงๆ วันนี้
“ถ้านี่ยังไม่ดี แล้วอะไรจะดี” เขาพิมพ์
ระหว่างที่มองออกไปข้างนอก คนที่นับคะแนนในหัวเงียบไปทั้งหมดบทถัดไป · 9 / 15วันพฤหัสที่แปด · คนอื่น