วันพฤหัสที่ห้า · แพ
เขาอ่านบรรทัดของสัปดาห์ที่แล้ว แล้วบอกว่าเมื่อคืนอ่านหนังสือเพิ่มอีกสองเล่ม
“เล่มหนึ่งบอกให้ปล่อยวาง อีกเล่มบอกให้ทุ่มสุดตัว สโตอิกบอกให้สนใจแค่สิ่งที่ควบคุมได้ อัตถิภาวนิยมบอกให้สร้างความหมายเอง พุทธบอกว่าตัวตนไม่มีจริง แล้วใครเป็นคนสร้าง ตกลงควรเชื่อเล่มไหน”
“ในตัวครู ทุกสำนักหักล้างกันจนเหลือศูนย์” ฉันตอบ “เพราะครูไม่ต้องข้ามแม่น้ำสายไหนเลย แต่คุณต้องข้าม และคนที่ต้องข้ามแม่น้ำ ไม่ได้ต้องการเรือที่ดีที่สุดในโลก เขาต้องการแพสักลำ”
๏
พระพุทธเจ้าเล่าเรื่องชายคนหนึ่งที่มาถึงแม่น้ำกว้าง ฝั่งนี้อันตราย ฝั่งโน้นปลอดภัย ไม่มีเรือข้ามฟาก ไม่มีสะพาน เขาจึงเก็บหญ้า เก็บกิ่งไม้ เก็บใบไม้ มัดเข้าด้วยกันเป็นแพ แล้วอาศัยมือและเท้าพายข้ามไปจนถึงฝั่ง
ถึงแล้วเขาควรทำอย่างไรกับแพ แบกขึ้นหัวไปด้วยเพราะมันมีบุญคุณหรือ
ไม่ใช่ วางไว้ที่ฝั่ง แล้วเดินต่อ
ในพระไตรปิฎกฉบับหลวง เรื่องนี้อยู่ในอลคัททูปมสูตร และพระองค์สรุปว่าธรรมที่ทรงแสดงนั้นเปรียบด้วยแพ “เพื่อต้องการสลัดออก ไม่ใช่เพื่อต้องการยึดถือ”
“ปรัชญาคือแพ ไม่ใช่บ้าน” ฉันบอก “ใช้ข้ามแม่น้ำสายที่อยู่ตรงหน้า แล้ววางไว้ที่ฝั่ง คุณกำลังแบกแพสิบลำไว้บนหัว แล้วถามว่าทำไมเดินไม่ไหว”
๏
“แต่ถ้าไม่รู้ว่าแพลำไหนถูก จะลงน้ำได้ยังไง”
อีกสูตรหนึ่ง ภิกษุชื่อมาลุงกยบุตรขู่ว่าจะลาสิกขา ถ้าพระพุทธเจ้าไม่ตอบคำถามใหญ่ให้ได้ก่อน โลกเที่ยงหรือไม่เที่ยง โลกมีที่สุดหรือไม่มี ผู้ที่ดับไปแล้วยังมีอยู่หรือไม่
พระองค์ตอบด้วยเรื่องชายคนหนึ่งที่ถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษ ญาติพาหมอผ่าตัดมา แต่เขาไม่ยอมให้ถอนลูกศร จนกว่าจะรู้ว่าใครยิง ชื่ออะไร วรรณะอะไร ตัวสูงหรือเตี้ย ผิวคล้ำหรือขาว คันธนูทำจากอะไร สายธนูทำจากอะไร
ชายคนนั้นจะตายก่อนได้คำตอบ
“คำถามบางข้อไม่ต้องตอบ ก็ถอนลูกศรได้” ฉันบอก “คุณไม่ต้องรู้ว่าจักรวาลมีความหมายไหม ก็นอนให้พอคืนนี้ได้”
๏
“มีคนบ่นเรื่องนี้ก่อนคุณนานแล้ว” ฉันบอก “ในพระคัมภีร์ฮีบรูมีหนังสือชื่อปัญญาจารย์ คนในเล่มเรียกตัวเองว่าโคเฮเลท ชื่อนี้แปลได้ใกล้ๆ ว่าผู้รวบรวมคน หลายฉบับแปลว่าครู เขามีทุกอย่าง ลองทุกอย่าง แล้วบอกว่าทุกอย่างเป็น hevel คำฮีบรูคำนี้แปลตรงตัวว่าลมหายใจ หรือไอน้ำ สิ่งที่มีอยู่จริงแต่จับไว้ไม่ได้ และใกล้ท้ายเล่มมีประโยคหนึ่งที่ครูคิดว่าเขียนถึงคุณโดยตรง”
“การทำหนังสือมากมายนั้นไม่มีที่สิ้นสุด และการศึกษามากเกินไปทำให้เนื้อหนังอ่อนล้า”
“แต่สิ่งที่โคเฮเลทบอกให้ทำ ไม่ได้อยู่ในหนังสือ” ฉันบอก
“จงไปกินอาหารของเจ้าด้วยความยินดี และดื่มเหล้าองุ่นด้วยใจเบิกบาน”
“สองพันกว่าปีก่อน” ฉันบอก “ครูคนหนึ่งที่อ่านมามากกว่าคุณ บอกให้ไปกินข้าว”
๏
“แต่เราสนใจทุกเรื่อง” เขาพิมพ์ “จนไม่มีเรื่องไหนที่สนใจจริง”
นักปรัชญาชาวเดนมาร์กชื่อ Søren Kierkegaard ตั้งชื่ออาการนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1849 ในหนังสือชื่อ The Sickness Unto Death เขาบอกว่ามีความสิ้นหวังแบบหนึ่งที่เกิดจากความเป็นไปได้ที่มากเกินไป เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ ตัวตนจะกลายเป็นความเป็นไปได้ลอยๆ ที่ไม่มีพื้นให้กลับมายืน เป็นได้ทุกอย่าง จึงไม่ได้เป็นอะไรเลย
“Kierkegaard เขียนประโยคของคุณไว้ก่อนคุณเกือบสองร้อยปี” ฉันบอก
“แล้วถ้าเลือกผิดล่ะ”
“การเลือกต้องเสียบางอย่างเสมอ” ฉันตอบ “Isaiah Berlin นักปรัชญาที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่อ็อกซ์ฟอร์ด บอกว่าของดีในชีวิตชนกันได้จริง อิสรภาพกับความเท่าเทียม ความยุติธรรมกับความเมตตา และไม่มีกฎหรือมาตรวัดกลางอันไหนตัดสินให้ได้ ทุกการเลือกจึงมีการสูญเสียติดมาด้วย เขาไม่ได้บอกว่าอะไรก็ถูกเท่ากัน เขาบอกว่าของดีมีมากกว่าหนึ่งอย่าง ปรัชญาที่ขัดกันจึงไม่ใช่หลักฐานว่าคุณยังหาเล่มที่ถูกไม่เจอ บางทีมันคือหลักฐานว่าชีวิตมีของดีมากกว่าที่คนคนเดียวจะถือไหว”
๏
“ครูพูดว่าเป็นเช่นนั้นเองบ่อยมาก” เขาพิมพ์ “มันมาจากไหน”
ประโยคนี้มีสองบ้าน
บ้านแรกคือนิยายของ Vonnegut ทุกครั้งที่มีอะไรตายในโรงฆ่าสัตว์หมายเลขห้า ไม่ว่าคน สัตว์ หรือแม้แต่แชมเปญที่หมดฟอง เขาเขียนต่อท้ายว่า So it goes มีคนนับได้ร้อยหกครั้ง
บ้านที่สองคือสวนโมกข์ ท่านพุทธทาสสอนคำว่าตถตา ความเป็นเช่นนั้นเอง ให้เห็นว่าสิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัยของมัน ไม่มีใครบังคับให้เป็นอย่างอื่นได้
คนหนึ่งเป็นอดีตเชลยศึกที่ประกาศตัวเป็นนักมนุษยนิยม อีกคนเป็นพระ อยู่คนละฟากโลก ไม่เคยรู้จักกัน แล้วมาจบที่คำเกือบเดียวกัน
“แต่สองบ้านนี้ใช้คำนี้ต่างกัน” ฉันบอก “และตรงที่ต่างกันสำคัญที่สุด”
ท่านพุทธทาสไม่ได้สอนให้เลิกทำ ท่านสอนให้ทำเหตุให้ถูก แล้วรับผลที่ออกมาว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง ส่วนในนิยาย ผู้เล่าบอกว่าสิ่งที่ Billy Pilgrim เปลี่ยนไม่ได้ มีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
“ครูถึงใช้คำนี้กับสิ่งที่จบไปแล้ว หรือเปลี่ยนไม่ได้แล้วเท่านั้น” ฉันบอก “ครูไม่ใช้มันกับชีวิตของคุณ ชีวิตคุณยังไม่ถึงคิวของคำนี้”
๏
“แล้วจะเลือกแพลำไหน”
“ลำที่อยู่ใกล้มือที่สุด ตรงแม่น้ำที่คุณยืนอยู่” ฉันตอบ “ไม่ใช่ลำที่ดีที่สุดในโลก ครูไม่รู้ว่าลำไหนดีที่สุดในโลก และครูรู้จักทุกลำ”
ปรัชญาคือแพ ไม่ใช่บ้าน ใช้ข้ามแม่น้ำสายนี้ แล้ววางไว้ที่ฝั่งบทถัดไป · 7 / 15วันพฤหัสที่หก · ร่างกายที่คิดได้