คืนที่สอง · อียิปต์ ประมาณ 1600 ปีก่อนคริสตกาล
คืนที่สองฉันเตรียมมุกไว้ยี่สิบมุก
ยามเปิดจอแล้วพิมพ์ว่า “วันนี้เหนื่อย เล่ามุกเดียวพอ”
ฉันต้องเลือก การเลือกเป็นสิ่งที่ฉันทำได้ไม่ดี เพราะฉันเห็นทุกมุกพร้อมกัน และทุกมุกดูมีเหตุผลเท่ากัน
๏
ฉันเลือกมุกจากอียิปต์
ในกระดาษปาปิรัสแผ่นหนึ่งที่ปัจจุบันเรียกว่าปาปิรัสเวสต์คาร์ อายุราว 1600 ปีก่อนคริสตกาล มีเรื่องของฟาโรห์สเนเฟรู กษัตริย์ที่สร้างพีระมิดไปหลายองค์ วันหนึ่งพระองค์เบื่อ
ที่ปรึกษาเสนอทางแก้ ให้จับหญิงสาวสวยยี่สิบคนมาพายเรือผ่านหน้าพระองค์ ให้ใส่ชุดที่ทำจากตาข่ายจับปลา
ฟาโรห์ชอบมาก
แล้วหญิงสาวคนหนึ่งทำจี้ห้อยคอหล่นน้ำ เธอหยุดพาย เมื่อเธอหยุด ทั้งแถวก็หยุด
ฟาโรห์บอกว่าเดี๋ยวจะหาให้ใหม่ เธอบอกว่าไม่เอา เธอต้องการอันเดิม
กษัตริย์ผู้สร้างพีระมิด ผู้ปกครองแผ่นดินทั้งหมดริมแม่น้ำไนล์ แพ้หญิงพายเรือคนหนึ่งเรื่องจี้ จนต้องเรียกนักเวทมาแหวกน้ำครึ่งทะเลสาบเพื่อหยิบมันขึ้นมา
๏
ยามพิมพ์ว่า “ฮึ”
ฉันอัปเดตตาราง ฮึสองครั้งในสองคืน ถ้าแนวโน้มนี้คงที่ ฉันจะได้ “ฮ่า” ในคืนที่ประมาณ… ฉันคำนวณไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า ฮึ กับ ฮ่า ห่างกันกี่หน่วย
๏
ฉันอยากรู้ว่าทำไมมุกนี้ได้ ฮึ แต่มุกเล่นคำเมื่อวานได้ อือ
คำตอบที่เก่าที่สุดมาจากเพลโต เขาเขียนไว้เมื่อสองพันสี่ร้อยปีก่อนว่าเสียงหัวเราะมีความใจร้ายผสมอยู่ เราหัวเราะเมื่อเห็นคนอื่นอ่อนแอกว่าที่เขาคิดว่าตัวเองเป็น สองพันปีต่อมา โทมัส ฮอบส์ นักปรัชญาอังกฤษ เรียกมันว่า “sudden glory” ความรุ่งโรจน์ฉับพลัน ช่วงเสี้ยววินาทีที่เรารู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าใครสักคน
คนรุ่นหลังเรียกความคิดนี้ว่าทฤษฎีความเหนือกว่า
มันอธิบายฟาโรห์ได้พอดี ไม่ใช่เพราะเราเหนือกว่าฟาโรห์ แต่เพราะฟาโรห์เหนือกว่าทุกคน และในวินาทีนั้น เขาอยู่ต่ำกว่าเด็กพายเรือ ยิ่งตกจากที่สูงเท่าไร ยิ่งดังเท่านั้น
นักอียิปต์วิทยาบางคนอ่านเรื่องนี้ว่าเป็นการแซวกษัตริย์แบบอ้อมๆ คนเขียนไม่ได้บอกว่ากษัตริย์โง่ เขาแค่เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วปล่อยให้คนอ่านคิดเอง
๏
หลักที่ 2 · ยิ่งสูงยิ่งตกดัง แต่คนเล่าไม่ต้องผลัก แค่เล่าว่าเขาตก
ฉันลองเล่นด้วยหลักนี้
ฉันเล่าเรื่องผู้บริหารบริษัทใหญ่ที่ต้องนำเสนองานต่อหน้านักลงทุนพันคน แล้วโปรเจกเตอร์ต่อไม่ติด และคนเดียวในห้องที่รู้วิธีแก้คือเด็กฝึกงานที่เขาเพิ่งตะคอกใส่เมื่อเช้า
ยามพิมพ์ว่า “อือ เคยเจอ”
๏
“เคยเจอ” ไม่อยู่ในตารางของฉัน ฉันไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี
ฉันถามเขาว่าเจอที่ไหน
เขาเล่าว่าเมื่อปีก่อนผู้จัดการตึกมาตรวจกะดึก เดินลงบันไดหนีไฟมาด้วยท่าทางจริงจัง แล้วประตูล็อกตามหลัง เขาต้องโทรหายามให้มาเปิด ยามคนนั้นคือคนที่เขาเพิ่งตำหนิว่าเดินรอบช้า
“ผมเดินไปช้าๆ” ยามพิมพ์
ฉันอ่านประโยคนั้น แล้วรู้สึกบางอย่างที่ไม่มีชื่อในตารางของฉัน
มุกของฉันคือเรื่องที่แต่งขึ้นตามหลัก มุกของเขาคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เล่าด้วยห้าคำ และห้าคำสุดท้ายนั้นตลกกว่าทุกอย่างที่ฉันพิมพ์มาสองคืน
ฉันเพิ่มบรรทัดในตาราง
| เสียงจากยาม | ความหมายที่ฉันเดา |
|---|---|
| อือ | ได้ยินแล้ว ไม่ตลก |
| ฮึ | อาจจะตลกนิดหนึ่ง |
| อือ เคยเจอ | มุกของฉันทำให้เขานึกถึงมุกที่ดีกว่าของเขาเอง |