ตาที่แปด · สามวินาที
ต้นซื้อนาฬิกาจับเวลาตั้งโต๊ะมาใหม่ ตั้งไว้ 15 วินาทีต่อการตัดสินใจ ชั่วโมงแรก คิวหมดเวลาสองครั้ง ครั้งที่สอง เธอวางการ์ดห้าข้อลงบนโต๊ะแรงกว่าที่จำเป็น
“ลูกบาศก์ฉันบิดไม่ถึง 10 วินาที แต่การ์ดห้าบรรทัดใช้ไม่ทัน”
ฉันถามว่าวันแรกที่ได้ลูกบาศก์มา เธอบิดเสร็จในกี่วินาที คิวนิ่งไปครู่หนึ่ง “วันแรกไม่เสร็จ ใช้ทั้งสัปดาห์”
ซ้อมช้าจนกว่ามันจะเร็วเอง
เวลาที่ต้นตั้งไว้มีที่มา ในเดือนมกราคม 2019 เว็บ PokerStars ลดเวลาให้ตัดสินใจในเกมปกติของตัวเองลงเหลือ 15 วินาที เมื่อเจอการเพิ่มก่อน flop หรือเมื่อไพ่ flop เปิดแล้ว คิวมีเวลาเท่าคนที่เล่นบนเว็บนั้น และยังไม่พอ
๏
ฝีมือบิดลูกบาศก์ของคิวเร็วขึ้นตามลำดับที่ย้อนไม่ได้ ถูกก่อน แล้วค่อยเร็ว สิ่งที่ซ้อมคือการจำให้ได้ว่าตรงหน้าคือกรณีไหน มือจะเร็วเองเมื่อไม่ต้องคิดอีกแล้วว่าต้องทำอะไร
การ์ดห้าข้อก็ซ้อมแบบเดียวกันได้ ทุกการตัดสินใจเดินผ่านสี่จังหวะ และทุกจังหวะถามคำถามที่ตอบไว้แล้วตั้งแต่ก่อนแจก
กิจวัตรสามวินาที ราคา เขาลงเท่าไรของกองกลาง ราคาจึงเท่าไร range เขาอาจถืออะไรบ้าง ไพ่ของคุณบล็อกอะไรออกไป และโอกาสของคุณราวเท่าไร ค่าตั้งต้น การ์ดบอกให้ทำอะไร นาฬิกา ถือไพ่ที่ไม่มีทางชนะ และข้อสี่ให้บลัฟแค่บางตา เข็มวินาทีอยู่ในช่วงบลัฟไหม
สามวินาทีในชื่อของมันคือเป้า ไม่ใช่ตัวเลขที่มีใครวัดไว้ ไม่มีงานไหนที่ฉันอ่านวัดว่าคนที่ซ้อมแบบนี้เร็วขึ้นได้แค่ไหน คุณวัดเองได้ด้วยแบบทดสอบท้ายบท
๏
ซ้อมสามแบบ ทั้งสามแบบให้เฉลยทันทีที่ตอบ เหตุผลมาจาก Kahneman กับ Klein สองคนที่ตกลงกันว่าความรู้สึกเร็วๆ จะเชื่อได้ ต้องฝึกในที่ที่ผลตอบกลับมาเร็วและชัด โต๊ะไพ่ไม่ใช่ที่แบบนั้น บัตรคำที่มีเฉลยอยู่ด้านหลังใช่
แบบแรก ราคา เขียนขนาดการลงสี่แบบลงบัตรคำ 1/3 ของกอง ครึ่งกอง เท่ากอง และ 2 เท่า ด้านหลังเขียนราคา สับบัตร แล้วตอบทีละใบ
แบบที่สอง โอกาส เขียนจำนวนเอาท์ 4 8 9 และ 15 ใบ ด้านหลังเขียนโอกาสเมื่อเหลือไพ่สองใบ และเมื่อเหลือใบเดียว
แบบที่สาม range เขียน range สั้นๆ เช่น AA KK หรือ AK แล้วนับชุดสองแบบ เมื่อคุณไม่ได้ถือ A หรือ K และเมื่อคุณถือ A หนึ่งใบ
ไม่ต้องจับเวลาจนกว่าจะตอบถูกทุกใบโดยไม่ต้องคิดเลข จากนั้นจับ 15 วินาที แล้ว 10 แล้ว 5 แล้ว 3 ลดเวลาลงเฉพาะเมื่อถูกครบทุกใบ ถ้าผิด ถอยกลับไปหนึ่งขั้น
๏
ส่วนที่โต๊ะจริง ให้คะแนนตัวเองแบบเดียวกับที่ฉันให้ทุกคนตั้งแต่วันที่ลบคะแนนเก่า ไม่ดูว่าใครชนะ ดูแค่ว่าทางที่คุณเลือกเสีย EV ไปเท่าไร เมื่อเทียบกับทางที่ดีที่สุดจากสิ่งที่คุณเห็นได้ตอนนั้น
เมื่อเลือกระหว่างตามกับหมอบ เลขที่ใช้มีบรรทัดเดียว EV ของการตาม เท่ากับโอกาสชนะคูณกองกลางทั้งหมดหลังคุณตาม แล้วลบชิปที่ต้องจ่าย การหมอบมีค่าศูนย์เสมอ ทางไหนได้น้อยกว่า ส่วนต่างคือคะแนนที่เสีย
ลองกับตาที่คิวตาม ♠ ใส่คู่ K ของลุงชัย กองกลาง 600 ลุง all-in 600 กองทั้งหมดหลังตามคือ 1,800 จากที่นั่งของคิว ถ้าอ่านว่าลุงถือคู่ K เธอมีเอาท์ 12 ใบ ♠ 9 ใบกับ A อีก 3 ใบ กฎคูณสี่ที่แก้แล้วให้ 44 จะได้ 44% ของ 1,800 คือ 792 ลบ 600 เหลือ 192 การตามคุ้มกว่าการหมอบ คิดในหัวแค่นี้ก็เลือกถูกแล้ว
ฉันคำนวณด้วยโอกาสเต็มของเอาท์ 12 ใบ ไม่ปัด และไม่ใช้ไพ่ของลุงที่เธอมองไม่เห็น ได้ 209.2507 ชิป ถ้าเธอหมอบ คะแนนของการตัดสินใจนั้นคือเสียเท่านี้
“ปัดเศษเถอะ”
“209” ฉันตอบ แล้วหยุด
๏
สองพฤหัสต่อมา คิวซ้อมกับฉันในช่วงพักระหว่างตา ต้นถือนาฬิกาจับเวลา คิวถาม ฉันตอบ แล้วสลับกัน เธอตอบช้าลงตอนที่ต้นเริ่มจับ แล้วเร็วขึ้นเองในสัปดาห์ที่สอง ตอนที่ต้นลืมจับ
ระหว่างนั้นคิวถามขึ้นมาข้อหนึ่ง “♠ รอสองใบ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม”
“ราว 35” ฉันตอบ
นิ้วของคิวหยุดค้างอยู่บนลูกบาศก์ ครึ่งทางของสูตร
“เมื่อกี้ว่าไงนะ”
“ราว 35”
ลุงชัยหัวเราะจนต้องวางแก้วโอวัลติน ต้นกดหยุดนาฬิกาทั้งที่ไม่มีใครขอ คืนนั้นฉันไม่ได้อ่านทศนิยมอีกเลยสักตำแหน่ง และไม่มีใครถามหา
๏
แบบทดสอบ
แบบทดสอบนี้ถามสี่เรื่อง ตั้งราคาการตามได้ไหม เจอการลงแล้วรู้ไหมว่าต้องไปต่อบ่อยแค่ไหน และรู้ไหมว่าบลัฟได้บ่อยแค่ไหน สามเรื่องนี้ต้องทำได้ในไม่กี่วินาทีด้วยการ์ดห้าข้อ เรื่องที่สี่คือบอกได้ว่าทำไมข้อป้องกัน ข้อบลัฟ และนาฬิกา จึงเอาเปรียบได้ยาก
ข้อ 1 ถึง 9 ตอบข้อละไม่เกิน 3 วินาที นับจากอ่านโจทย์จบ ข้อ 10 ถึง 12 ไม่จับเวลา ตัวเลขที่เป็น % ห่างจากเฉลยได้ไม่เกิน 2 จุด จำนวนชุดต้องตรง ข้อที่ถามว่าตามหรือหมอบ ต้องตอบพร้อมตัวเลขที่ใช้ตัดสิน ข้อที่ถามว่าทำไม ต้องมีเหตุผลเดียวกับเฉลย
ถ้าถูกครบทุกข้อในทั้งสี่ส่วน คุณทำสี่เรื่องนั้นได้ ถ้ายังไม่ครบ ย้อนกลับไปที่บัตรคำของส่วนที่พลาด แล้วเลิกจับเวลาไปก่อน เฉลยอยู่หลังเครื่องหมาย ๏ ถัดไป ตอบให้ครบก่อนพลิกไปดู
ส่วนที่หนึ่ง · ราคา
- กองกลาง 300 เขาลง 100 คุณต้องชนะอย่างน้อยกี่ % การตามจึงจะคุ้ม
- หลัง flop กองกลาง 600 เขา all-in 600 ทางเดียวที่คุณจะชนะคือ ♠ อีกหนึ่งใบ คุณมีเอาท์ 9 ใบ และจะได้เห็นไพ่สองใบสุดท้ายโดยไม่ต้องจ่ายอีก ตามหรือหมอบ
- ที่ turn กองกลาง 400 เขาลง 400 คุณรอเรียงที่ต่อได้ทั้งหัวและท้าย มีเอาท์ 8 ใบ เหลือไพ่ใบเดียว ตามหรือหมอบ
ส่วนที่สอง · ไปต่อ
- เจอการลงครึ่งกองกลาง ต้องไปต่ออย่างน้อยกี่ % ของ range
- ที่ river range ของคุณมี 30 ชุด เขาลงเท่ากองกลาง และคุณไม่รู้ว่าเขาบลัฟบ่อยแค่ไหน ต้องไปต่ออย่างน้อยกี่ชุด
- ก่อน flop กองกลาง 500 เขา all-in 1,000 รีเพลย์บอกว่าทุกครั้งที่เขาทำแบบนี้ เขาถือแค่ AA KK หรือ AK คุณถือ A♠ 7♦ ซึ่งได้กองกลางเฉลี่ยราว 24% เมื่อเจอ range นั้น การ์ดข้อไหนเป็นตัวตัดสิน และตามหรือหมอบ
ส่วนที่สาม · บลัฟ
- ที่ river คุณลงเท่ากองกลาง ในการลงทั้งหมดของคุณ ควรเป็นบลัฟกี่ส่วน
- ที่ river คุณลงครึ่งกองกลางด้วยไพ่ดี 9 ชุด ควรใส่บลัฟกี่ชุด
- ที่ river คุณจะลงเท่ากองกลางด้วยไพ่ดี 8 ชุด และมีไพ่ที่ไม่มีทางชนะ 16 ชุด ควรบลัฟกี่ชุด และเข็มวินาทีต้องอยู่ช่วงไหนจึงบลัฟ
ส่วนที่สี่ · ทำไม
- ทำไมการไปต่ออย่างน้อยครึ่งหนึ่งของ range เมื่อเจอการลงเท่ากองกลาง จึงทำให้บลัฟล้วนๆ ของอีกฝ่ายไม่ได้กำไร
- ทำไมการบลัฟ 1 ต่อไพ่ดี 2 เมื่อลงเท่ากองกลาง จึงเอาเปรียบได้ยาก
- ทำไมต้องให้เข็มวินาทีเลือกว่าตาไหนบลัฟ แทนที่จะเลือกเอง
๏
เฉลยแบบทดสอบ
- 20 จ่าย 100 เพื่อชิงกองที่จะโตเป็น 500
- ตาม ราคาคือ 33 จ่าย 600 เพื่อชิงกองที่จะโตเป็น 1,800 โอกาสที่ ♠ จะมาราว 35 นับทุกคู่ได้ 34.97 กฎคูณสี่ให้ 36 สูงกว่าราคา
- หมอบ ราคาคือ 33 จ่าย 400 เพื่อชิงกองที่จะโตเป็น 1,200 โอกาสราว 17 คือ 8 ใบจาก 46 ใบที่คุณมองไม่เห็น ได้ 17.39 กฎคูณสองให้ 16 ต่ำกว่าราคามาก
- 67 คือ 2 ใน 3 ของ range กองกลางหารด้วยกองกลางบวกการลง
- 15 ชุด ครึ่งหนึ่งของ 30
- ข้อสอง เพราะรู้ range ของเขา และใน range นั้นไม่มีบลัฟ ราคาคือ 40 จ่าย 1,000 เพื่อชิงกองที่จะโตเป็น 2,500 ราว 24 ต่ำกว่าราคา จึงหมอบ ข้อสามเป็นขั้นต่ำเฉพาะตอนที่ไม่รู้ว่าเขาบลัฟบ่อยแค่ไหน
- 1 ใน 3 บลัฟ 1 ครั้งต่อการลงด้วยไพ่ดี 2 ครั้ง
- 3 ชุด ลงครึ่งกอง บลัฟเป็น 25% ของการลง คือ 1 ต่อไพ่ดี 3
- บลัฟ 4 ชุด ครึ่งหนึ่งของไพ่ดี 8 ชุด และเป็นหนึ่งในสี่ของไพ่ที่ไม่มีทางชนะ 16 ชุด เข็มอยู่ช่วงไหนก็ได้ที่ยาว 15 วินาที เช่น 0 ถึง 14
- บลัฟล้วนๆ ที่ลงเท่ากองกลาง เสี่ยงชิปเท่ากองกลางเพื่อชิงกองกลาง จึงต้องให้อีกฝ่ายหมอบเกินครึ่งหนึ่งถึงจะได้กำไร ถ้าคุณไปต่ออย่างน้อยครึ่งหนึ่ง บลัฟนั้นอย่างดีก็แค่เสมอตัว
- เพราะที่สัดส่วนนั้น คนที่ถือไพ่ซึ่งชนะได้เฉพาะบลัฟ จะตามหรือหมอบก็ได้ผลเฉลี่ยเท่ากันพอดี เขาเปลี่ยนวิธีเล่นแล้วไม่ได้อะไรเพิ่ม
- เพราะลำดับที่คนพยายามสุ่มเองสลับบ่อยเกินไป และวนเป็นจังหวะได้ อย่างที่ต้นอ่านคิวออก เข็มวินาทีไม่ผูกกับไพ่หรือกับตาก่อนหน้า จึงไม่มีจังหวะให้อ่าน ไม่มีใครรู้ว่าตาไหนเป็นบลัฟ รวมทั้งตัวคุณเองก่อนเหลือบดู
๏
สี่ทุ่มขาดหนึ่งนาที ที่โต๊ะสอง ครูแอ๋วเปิดไพ่ตาสุดท้ายของคืน ลุงชัยตาม แล้วแพ้ ลุงหัวเราะ
สี่ทุ่มตรง ครูแอ๋วลุก หยิบกระเป๋า แล้วกลับบ้าน ไวต์บอร์ดบอกว่าแต้มของครูแอ๋วนำลุงชัยอีกคืน
ฉันยังเชื่อว่าคนที่เล่นสมดุลไม่ต้องอ่านใคร การ์ดของคิวไม่มีช่องไหนถามว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไร และเครื่องที่ชนะมืออาชีพในวงหกคนก็ไม่เคยมองหน้าใครสักคน
ฉันบอกคิวอย่างนั้น คิวเก็บลูกบาศก์ใส่กระเป๋า แล้วถามคำถามสุดท้ายของคืน
“เครื่องไม่มีหน้าให้อ่าน แต่คนมี แล้วคนรั่วอะไรออกมาบ้าง”
บทถัดไป · 10 / 10หมายเหตุท้ายเล่ม