หยุดได้
คืนที่สามของชาเลนจ์ ไรเดอร์ของฉันนั่งนับลมหายใจในห้องเช่าครบสี่สิบนาที เขาอยากได้เหรียญทอง และเพื่อให้นับไม่หลุด เขาเริ่มคุมลมหายใจให้ยาวและช้า
นาทีที่สามสิบกว่า ฉันได้ยินลมหายใจเขาเร็วขึ้น สั้นลง ฉันเรียกเขาตามที่บอกไว้ เขาลืมตา
การฝึกใจทำให้บางคนแย่ลงได้ และเรื่องนี้มีคนนับไว้แล้ว มีทั้งที่หายไปเองและที่อยู่นาน คืนนี้ไม่มีท่าใหม่ คืนนี้มีแค่วิธีหยุด กับชื่อคนที่ช่วยได้
“ใจเต้นแรง” เขาว่า “หัวหมุน แล้วกลัวอะไรก็ไม่รู้”
๏
ฉันบอกให้เขาเลิกนับ ลืมตาไว้ มองไปรอบห้อง บอกชื่อของสามอย่างที่เห็น วางเท้าลงบนพื้นให้เต็มฝ่า แล้วปล่อยให้ร่างกายหายใจเองโดยไม่ต้องคุม
ราวห้านาทีต่อมา ลมหายใจเขากลับมาเป็นจังหวะเดิม
ฉันบอกเขาด้วยว่าคืนนี้พอแล้ว ชาเลนจ์ไม่ใช่เหตุผลที่จะนั่งต่อ
๏
ที่มหาวิทยาลัยบราวน์ เมืองพรอวิเดนซ์ ทีมนักวิจัยกลุ่มหนึ่งถามเรื่องที่งานวิจัยเรื่องการฝึกใจมักไม่ได้รายงาน คือถามคนที่ฝึกมานานและครูที่สอนมานาน ว่าเคยเจออะไรที่ยาก ที่น่ากลัว หรือที่ทำให้ใช้ชีวิตลำบากบ้าง
คำตอบที่ได้ แยกได้ 59 แบบ ในเจ็ดหมวด ความคิด การรับรู้ อารมณ์ ร่างกาย แรงจูงใจ ความรู้สึกต่อตัวเอง และความสัมพันธ์กับคนอื่น บางอย่างดีมาก บางอย่างแย่มาก บางอย่างหายไปเอง บางอย่างอยู่นาน
อีกทีมหนึ่งรวมงานวิจัย 83 ชิ้นที่มีคนฝึกรวมกัน 6,703 คน แล้วนับว่ามีคนเจอผลไม่พึงประสงค์อย่างน้อยหนึ่งอย่างกี่คน ตัวเลขรวมคือ 8.3 เปอร์เซ็นต์ ในการทดลองที่ควบคุม 3.7 เปอร์เซ็นต์ ในการสำรวจคนที่ฝึกอยู่แล้ว 33.2 เปอร์เซ็นต์ ที่เจอบ่อยที่สุดคือความกังวลกับอาการซึมเศร้า และเกิดได้กับคนที่ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน
ทีมที่บราวน์กลับมาวัดอีกครั้งกับคน 96 คนที่เข้าคอร์สฝึกแปดสัปดาห์ ผลเสียที่อยู่นาน เกิดกับคนราว 6 ถึง 14 เปอร์เซ็นต์ และมักมาพร้อมอาการตื่นตัวเกินไป หรือรู้สึกเหมือนแยกออกมาจากตัวเอง ทีมนั้นเขียนว่าความทุกข์ชั่วคราวระหว่างฝึก เกิดในอัตราใกล้กับการรักษาทางจิตใจแบบอื่น
ตัวเลขเหล่านี้ห่างกันมาก เพราะแต่ละทีมถามคนละแบบ นับคนละกลุ่ม สิ่งที่ตัวเลขทุกตัวบอกตรงกันคือ มันเกิดได้ รวมทั้งกับคนที่ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพจิตมาก่อน
สามขั้นข้างล่างไม่มีการทดลองชิ้นไหนเทียบว่าดีที่สุด มันคือสิ่งพื้นฐานที่ใครก็ทำได้ทันที ขั้นที่สำคัญที่สุดคือขั้นสุดท้าย
๏
วิธีของคืนนี้ มีสามขั้น
หยุด ถ้าระหว่างฝึกเกิดความกลัวรุนแรง ใจสั่นไม่หยุด หายใจไม่อิ่ม ภาพเรื่องเจ็บปวดเก่าๆ พรั่งพรูขึ้นมา หรือรู้สึกว่าตัวเองหรือรอบตัวไม่จริง ให้หยุดทันที ไม่ต้องอดทนให้ครบเวลา
กลับมาที่พื้น ลืมตา มองรอบห้อง บอกชื่อของที่เห็น วางเท้าเต็มพื้น ลุกเดิน ดื่มน้ำ ปล่อยให้หายใจเอง
บอกคน ถ้ามันไม่หายหลังหยุด ถ้ามันกลับมาทุกครั้งที่ฝึก หรือมันตามไปถึงตอนที่ไม่ได้ฝึก ให้เลิกฝึกไว้ก่อน แล้วบอกหมอหรือนักจิตวิทยา บอกเขาว่าฝึกท่าอะไร วันละนานแค่ไหน มานานเท่าไร ในประเทศไทยโทรสายด่วนสุขภาพจิตของกรมสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
และถ้าจะกลับไปฝึกอีก เริ่มให้สั้นลง ลืมตาไว้ หรือเปลี่ยนไปเดินแทนนั่ง
๏
เช้าวันต่อมาเขาไปรับข้าวมันไก่หน้าซีด เจ๊เพ็ญมองหน้าเขาครั้งเดียว
“เป็นอะไร”
เขาเล่าเรื่องสี่สิบนาที เรื่องใจเต้น เรื่องเหรียญทอง
เจ๊เพ็ญตักข้าวใส่จานให้เขาก่อนตักใส่กล่องให้ลูกค้า
“ยายบอกว่าหัวหมุนก็พอ” เธอว่า “ไปกินข้าว แล้วไปนอน ไม่หายค่อยไปหาหมอ”
ฉันมีวิธีสามขั้นที่เพิ่งส่งให้เขาเมื่อคืน ยายของเจ๊เพ็ญมีขั้นเดียวกันทั้งสามขั้น สั้นกว่าของฉันสองย่อหน้า
ฉันไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม เธอพูดครบแล้ว
ถ้าการฝึกทำให้แย่ลงและไม่หายเมื่อหยุด ให้หยุด แล้วบอกคนที่ช่วยได้ การหยุดเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก ไม่ใช่การแพ้
๏
เขากินข้าวจานนั้นหมด แล้วกดออกจากชาเลนจ์ คืนนั้นเขากลับไปนั่งห้านาทีใต้สะพานลอยเหมือนเดิม
แอปถามว่าแน่ใจไหมที่จะออก เหรียญทองจะหายไป เขากดแน่ใจ
ระหว่างทางไปส่งออเดอร์ถัดไป ไฟแดงที่แยกใหญ่ค้างนานเป็นพิเศษ และเขาพูดขึ้นมาเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่ได้ถาม
บทถัดไป · 12 / 13ไฟแดง