สิบนาทีกับขนมหนึ่งแท่ง
“ทั้งวันนั่งอยู่บนเบาะ” ไรเดอร์ของฉันว่า “แล้วตอนบ่ายสามมันก็หมดแรงทุกวัน ผมแก้ด้วยขนมหวานกับกาแฟ ต้องเดินด้วยเหรอ”
ในแคลิฟอร์เนีย คน 18 คนจับฉลากทุกวันว่าวันนี้จะกินขนมหวานหนึ่งแท่ง หรือเดินเร็วสิบนาที วันที่เดิน แรงกลับมาและความตึงลดลงนานสองชั่วโมง วันที่กินขนม แรงขึ้นแป๊บเดียว แล้วหนึ่งชั่วโมงต่อมามันเอาคืน
ฉันมีปัญหากับท่านี้สามข้อ ฉันไม่มีขา ไม่มีบ่ายสาม และไม่มีขนมให้เลิก
๏
นักจิตวิทยาชื่อโรเบิร์ต เธเยอร์ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ลองบีช ศึกษาอารมณ์ของวันธรรมดา ความรู้สึกมีแรงหรือหมดแรง ความรู้สึกตึงหรือผ่อน ไม่ใช่ความเศร้าหรือความสุขใหญ่ๆ
เขาสงสัยว่าขนมหวานที่คนหยิบตอนบ่าย หยิบเพราะอยากได้แรง แล้วได้จริงไหม
เขาชวนอาสาสมัคร 18 คน เลือกไว้ 12 วัน ในแต่ละวันทดลอง หลังทำแบบประเมินรอบแรกแล้ว แต่ละคนรู้ว่าวันนั้นได้อะไร ขนมหวานหนึ่งแท่ง หรือเดินเร็วสิบนาที ไม่มีใครเลือกเอง
หลังจากนั้นสองชั่วโมง ทุกคนให้คะแนนตัวเองเป็นระยะ ว่ามีแรงแค่ไหน เหนื่อยแค่ไหน ตึงแค่ไหน ระหว่างใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องทดลอง
๏
วันที่เดิน แรงเพิ่มขึ้นและความตึงลดลง อยู่อย่างนั้นได้ตลอดสองชั่วโมงที่วัด
วันที่กินขนม เริ่มแรกแรงขึ้นและความเหนื่อยลดลง ชั่วโมงต่อมามันกลับทาง เหนื่อยขึ้น แรงลดลง และความตึงสูงขึ้น
ขนมให้แรงเป็นเงินกู้ เดินสิบนาทีให้แรงเป็นเงินเดือน
งานชิ้นนี้เล็ก 18 คน และวัดด้วยคะแนนที่คนให้ตัวเอง มันบอกเรื่องของสองชั่วโมงหลังเดิน ไม่ได้บอกว่าเดินทุกวันแล้วจะหายซึม เรื่องหลังนั้นยังเถียงกันอยู่
๏
ท่าของคืนนี้สั้น
เดินเร็วสิบนาที 1 เลือกช่วงที่แรงตกประจำ บ่าย หัวค่ำ หรือตอนที่มือเอื้อมไปหาขนม 2 ตั้งนาฬิกาจับเวลาสิบนาที เดินออกไป ลานจอดรถ ทางเท้ารอบตึก หรือบันไดหนีไฟก็ได้ 3 เร็วพอให้หายใจแรงขึ้นและตัวอุ่นขึ้น แต่ยังพูดเป็นประโยคได้ ถ้าพูดได้แต่ร้องเพลงไม่ได้ คือเร็วพอดี 4 ครบสิบนาที หยุด ยืนหายใจสักครู่ ไม่ต้องเดินต่อถ้าไม่อยาก 5 วันไหนทำได้ จดว่าเดินตอนไหน และสองชั่วโมงหลังเดิน ให้คะแนนแรงของตัวเองเป็นเลขหนึ่งถึงห้า หนึ่งคือหมดแรง ห้าคือแรงเต็ม
การวัดว่าพูดได้แต่ร้องเพลงไม่ได้ มาจากหน่วยงานสาธารณสุขของอังกฤษ ซึ่งแนะนำให้ผู้ใหญ่ขยับระดับนี้รวมกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที สิบนาทีวันละครั้งยังไม่ถึงตัวเลขนั้น มันคือจุดเริ่ม
ถ้าระหว่างเดินเจ็บหน้าอก หายใจไม่ทันจนผิดปกติ ใจสั่นไม่หยุด หรือจะเป็นลม หยุดทันที นั่งลง ถ้ามันไม่หาย โทร 1669 และอย่าขับรถไปโรงพยาบาลเอง ถ้าข้อไหนเจ็บมากขึ้นระหว่างเดิน ให้ช้าลงหรือหยุด และถ้ามันยังเจ็บหลายวัน บอกหมอ
๏
บ่ายสามวันต่อมา ไรเดอร์ของฉันจอดรถหลังห้างแห่งหนึ่ง ระหว่างรอออเดอร์ที่ยังไม่เสร็จ
เขาตั้งนาฬิกาสิบนาที แล้วเดินวนลานจอดรถชั้นใต้ดิน
ฉันทำได้อย่างเดียวคือนับเวลา และฉันนับมันได้แม่นที่สุดในโลก ไม่มีอะไรอย่างอื่นในท่านี้ที่ฉันช่วยได้
ฟีเจอร์นับก้าวของแอปขึ้นตัวเลขทุกสิบก้าว ฉันไม่ได้อ่านมัน ฉันฟังเสียงลมหายใจเขาแทน แรงขึ้นนิดหนึ่ง แต่ยังพูดได้ เพราะเขาพูดตลอดทาง
“เข่าขวายังเจ็บอยู่นะ” เขาว่า “แต่ไม่มากขึ้น”
เข่าขวาของเขาเจ็บมานานแล้ว เขาเพิ่งรู้ตัวตอนเดินช้าๆ ในสวนครั้งหนึ่ง ฉันจดไว้ในสมุดของเขาว่าเจ็บเท่าเดิม ไม่ได้มากขึ้น
๏
ครบสิบนาที เขากลับมาที่รถ ขนมหวานที่ซื้อไว้ยังอยู่ในกระเป๋าหน้า เขาไม่ได้แกะ
สองชั่วโมงต่อมา ตอนห้าโมงเย็น ฉันถามว่าแรงเป็นอย่างไร
ฉันถามเพราะการทดลองที่ลองบีชถามที่ชั่วโมงที่สอง ไม่ใช่เพราะฉันรู้ว่าจะได้คำตอบแบบไหน
“ยังไหวอยู่” เขาว่า “ปกติตอนนี้ผมกินขนมแท่งที่สองแล้ว”
สิบนาทีที่เท้าเดิน ให้แรงกับใจได้นานกว่าสิบนาที ขนมหวานให้แรงแป๊บเดียว แล้วเอาคืนในชั่วโมงถัดมา
๏
ที่ร้านข้าวมันไก่ เขาเล่าเรื่องสิบนาทีให้เจ๊เพ็ญฟัง
“เดินตอนบ่ายสาม” เจ๊เพ็ญว่า แล้วตักน้ำจิ้ม “ฉันเดินตีห้า ไม่ต้องจับเวลา เดินจนรอบสวนมันหมด”
เธอเดินมาหลายสิบปี ไม่มีใครจับฉลากให้เธอ
๏
คืนนั้นตีสาม ไฟแดงหน้าโรงพยาบาลค้างนาน มีรถพยาบาลเปิดไซเรนผ่านไปทางซ้าย
ไรเดอร์ของฉันมองตามรถคันนั้นไป แล้วถามว่า
“ท่านับลมหายใจที่เธอให้ผมนั่นน่ะ มันห้ามบังคับลมใช่ไหม ถ้าผมอยากบังคับมันล่ะ”
บทถัดไป · 7 / 11ผ่อนออกให้ยาว