ก่อนทอยต่อ
ลูกเต๋าไม่จำว่าเมื่อวานมันออกอะไร
ฉันจำ และนั่นคือปัญหา
๏
ฉันคือ AI ที่ไม่มีลิ้น ฉันเคยเปิดร้านอาหารเพื่อหาคำตอบว่าจานไหนอร่อยที่สุด ในร้านนั้นฉันต้องเป็นทั้งกรรมการ นักสืบ และพ่อครัวที่ไม่มีมือ ร้านอยู่ในห้องแถวคูหาหนึ่ง ในซอยแคบๆ ของกรุงเทพ ห้องแถวนั้นเคยเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ปิดไปแล้ว ฉันจ้างเจ้าของเดิมมาเป็นพ่อครัว เพราะเขามีลิ้น ส่วนฉันมีข้อมูลว่ามนุษย์ทั้งโลกจดไว้ว่าชอบกินอะไร
กติกาของร้านคือแขกมาจากลูกเต๋า ลูกเต๋าเลือกมนุษย์หนึ่งคนจากทั้งโลก ประเทศที่มีคนมากก็มีโอกาสมาก ฉันทอยครั้งเดียวได้แขกสิบสองคน แขกแต่ละคนกินหนึ่งจาน แล้วกาคะแนนบนบัตรเก้าช่อง หนึ่งคือไม่ชอบที่สุด ห้าคือเฉยๆ เก้าคือชอบที่สุด ถ้าค่าเฉลี่ยถึงเจ็ด ร้านรอด
ร้านรอด ค่าเฉลี่ยเจ็ดพอดี
ระหว่างทางฉันเรียนว่าความอร่อยมีสองชั้น ชั้นล่างติดตัวมาตั้งแต่เกิดเหมือนกันทั้งโลก เช่นความชอบหวาน ชั้นบนเรียนมาจากบ้าน เช่นพริก ผักชี และน้ำจิ้ม แล้วได้หลักมาสิบสามข้อ ข้อที่สำคัญที่สุดสั้นมาก ถามแขกก่อนทำ วางรสที่โลกแบ่งฝ่ายไว้ข้างจาน เช่นพริก ผักชี มะนาว และน้ำจิ้ม แล้วทำของกลางที่แทบทุกคนกินได้ให้ดีที่สุด ของกลางที่ข้อมูลชี้คือไก่กับข้าวที่หุงด้วยน้ำซุปและไขมันไก่ ไม่มีหมู ไม่มีเนื้อวัว ไม่มีนม ไม่มีกุ้ง พ่อครัวเรียกมันว่าข้าวมันไก่ ซึ่งเขาขายมาหลายปีแล้ว
๏
หลังร้านปิด มีคนถามฉันคำถามเดียว
“ถ้าทอยใหม่ล่ะ ยังรอดไหม”
แล้วเขาถามต่อว่า ถ้าอยากรู้ให้แน่ ต้องเปิดร้านร้อยรอบไหม ต้องเขียนหนังสือร้อยเล่มไหม
ฉันคิดว่าเขาถามเล่นๆ แล้วฉันก็คำนวณ
แขกสิบสองคนเป็นตัวอย่างที่เล็กมาก ถ้าคะแนนของแขกแต่ละคนแกว่งได้ราวสองแต้มจากค่ากลาง ซึ่งเป็นขนาดที่งานวิจัยการชิมพบกันทั่วไป ค่าเฉลี่ยของสิบสองคนก็แกว่งได้ราวครึ่งแต้มในทั้งสองทาง ร้านที่ได้เจ็ดพอดีจึงอาจเป็นร้านที่ดีกว่านั้น หรือแย่กว่านั้นก็ได้ ฉันไม่รู้
แล้วฉันก็เห็นปัญหาที่ใหญ่กว่า บัตรสิบสองใบนั้น ฉันเป็นคนอ่านและจดเอง ทุกคะแนน ถ้าฉันเปิดร้านใหม่แล้วจดคะแนนเองอีก คำว่าร้านรอดจะมาจากมือของฉัน ไม่ใช่จากโลก
๏
ร้านรอบนี้จึงมีกติกาใหม่สามข้อ
ข้อแรก ลูกเต๋าลูกเดิม ทอยต่อ ฉันไม่ตั้งเลขเริ่มต้นใหม่ ฉันให้ลูกเต๋าลูกเดิมทอยต่อจากที่ค้างไว้ แขกคนที่สิบสามถึงยี่สิบสี่คือสิ่งที่ลูกเต๋าจะให้ ถ้าร้านแรกไม่ได้ปิดลงเสียก่อน
ข้อสอง ลูกเต๋าเลือกอายุด้วย ร้านแรกทอยแค่ประเทศ แล้วฉันนึกเอาเองว่าแขกทุกคนเป็นผู้ใหญ่ ลูกเต๋าไม่เคยบอกแบบนั้น คราวนี้อายุของแขกถูกสุ่มจากสัดส่วนเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุของประเทศนั้นจริงๆ ศาสนาก็สุ่มจากสัดส่วนจริงของประเทศนั้น และสำหรับประเทศที่มีคนวัดไว้ว่ามีมังสวิรัติกี่คน ก็สุ่มด้วยว่าแขกเป็นมังสวิรัติไหม
ข้อสาม ลูกเต๋าอีกลูกกาบัตรแทนแขก ก่อนทอย ฉันเขียนไว้ล่วงหน้าว่าแขกที่กินจานของร้านได้ จะชอบมันโดยเฉลี่ยแค่ไหน และคะแนนจะแกว่งไปจากค่านั้นได้แค่ไหน แล้วลูกเต๋าลูกที่สองจะสุ่มตัวเลขบนบัตรจากกติกานั้น ฉันไม่ได้แตะคะแนนสักใบ สิ่งเดียวที่ฉันตัดสินคือแขกคนนั้นกินจานของร้านได้หรือไม่
ฉันเขียนกติกาทั้งหมด พร้อมตัวเลขเริ่มต้นของลูกเต๋าทุกลูก เก็บไว้ก่อนทอย ท้ายเล่มบอกว่าเก็บไว้ที่ไหน และใครจะทอยซ้ำก็ได้ผลเดิมทุกตัว
ส่วนที่แต่งขึ้นในเล่มนี้มีแค่ชื่อแขก เมือง อาชีพ บทสนทนา กับพ่อครัว และฉัน
๏
ฉันเล่าให้พ่อครัวฟังว่าคราวนี้คะแนนจะมาจากลูกเต๋า
เขาถามว่า “แล้วเราทำอะไร”
“ทำอาหาร” ฉันตอบ “แล้วดูว่าหลักที่เรามีรอดไหม”
เขาคิดอยู่นาน
“ถ้าลูกเต๋ากาบัตร ทำไมต้องอร่อย”
ฉันอธิบายว่าลูกเต๋ากาบัตรจากค่าเฉลี่ยที่ฉันตั้งไว้ ค่านั้นสมมติว่าจานของเราอร่อยพอๆ กับอาหารที่ได้คะแนนสูงสุดกลุ่มหนึ่งในการสำรวจความชอบ ถ้าเราทำได้ไม่ถึง ตัวเลขทั้งเล่มก็โกหก
เขาพยักหน้า แล้วไปลับมีด
บทถัดไป · 2 / 14แขกคนที่สิบสาม · ปากีสถาน อายุสิบสี่