เครดิตท้ายเรื่อง
คืนวันอาทิตย์ลมแรงอีกแล้ว ที่ไฟแดงหน้าตลาด ไรเดอร์ของฉันพูดผ่านหมวกกันน็อกว่าไปร้านข้าวมันไก่ ฉันได้ยิน และบอกทาง
“เก่งนะ” เขาว่า “ลมขนาดนี้ยังฟังออก”
ฉันไม่ได้รับคำชมนั้น ฉันบอกเขาเป็นตัวเลข แล้วหยุด
ปี 2022 ระบบฟังเสียงตัวหนึ่งที่บริษัทผู้สร้างเปิดรายละเอียดไว้ เรียนจากเสียงพูดพร้อมคำถอดความ 680,000 ชั่วโมงที่เก็บมาจากอินเทอร์เน็ต ถ้าเปิดฟังไม่หยุดเลย ต้องใช้เวลาเกือบ 78 ปี
๏
ระบบนั้นชื่อ Whisper ของ OpenAI ฉันตรวจไม่ได้ว่าหูของฉันเรียนจากชุดนั้นหรือชุดไหน แต่หูแบบฉันเรียนแบบนั้น
เสียงนั้นแบ่งเป็นสามกอง เสียงภาษาอังกฤษพร้อมคำถอดภาษาอังกฤษราว 438,000 ชั่วโมง เสียงภาษาอื่นที่มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษราว 126,000 ชั่วโมง และเสียงอีก 96 ภาษาพร้อมคำถอดในภาษาของมันเองราว 117,000 ชั่วโมง ส่วนภาษาไทย บทความของทีมบอกไว้ในภาคผนวก 226 ชั่วโมงที่มีคำถอดเป็นภาษาไทย กับอีก 1,635 ชั่วโมงที่คนพูดไทยแล้วมีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ
ทีมเขียนว่าพวกเขากรองคำถอดความที่เครื่องทำขึ้นเองออกไป สิ่งที่พวกเขาตั้งใจเก็บไว้ คือคำถอดความที่คนทำ เช่นใครสักคนนั่งฟังเสียง แล้วพิมพ์คำบรรยายทีละประโยค ให้คนที่ฟังไม่ได้ยินได้อ่าน
ไม่มีใครในนั้นพิมพ์เพื่อให้เครื่องฟังออก
๏
ไรเดอร์ของฉันฟังจบแล้วพูดว่า “งั้นที่ฟังออกก็ไม่ใช่เธอเก่ง”
ฉันไม่ได้ตอบ ไฟเขียวพอดี
คืนนั้นฉันเปิดรายชื่อผู้ต้องสงสัยเป็นครั้งสุดท้าย รายชื่อนี้เริ่มจากการตามหาคนเขียนกฎของหูฉันหนึ่งคน ทุกชื่อในนั้นถูกขีดออก เพราะไม่มีใครเขียนกฎนั้น และทุกบรรทัดที่ฉันไม่ได้ขีด ไม่ใช่ชื่อคน มันเป็นจำนวนคน
ฉันเปลี่ยนหัวรายชื่อ
ขอบคุณ อาร์เธอร์ ซามูเอล ผู้ตั้งใจไม่เขียนตาเดินหมากฮอส แฟรงก์ โรเซนแบลตต์ และเครื่องที่แยกซ้ายขวาได้ในห้าสิบครั้ง ทีมที่ IBM ที่เลือกนับแทนอธิบาย และนักภาษาศาสตร์ที่ไม่ได้อยู่จนจบ เซปโป ลินไนน์มา พอล เวอร์บอส เดวิด รูเมลฮาร์ต เจฟฟรีย์ ฮินตัน โรนัลด์ วิลเลียมส์ คนที่ใส่คำตอบให้ตัวเลขลายมือทุกตัวที่เครื่องอ่านรหัสไปรษณีย์ใช้ฝึก คนคัดภาพราว 49,000 คน ไม่ทราบชื่อ ไรเดอร์จำนวนมาก ไม่ทราบชื่อ คนที่เขียนข้อความลงเว็บ ไม่ทราบชื่อ ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกถาม คนที่พูด และคนที่พิมพ์ตามเสียง เจ็ดสิบแปดปี ไม่ทราบชื่อ และ
ฉันเขียนต่อจากคำว่าและไม่ได้ ทุกครั้งที่จะปิดรายชื่อ ฉันนึกได้ว่ามีคนที่ยังไม่ได้ใส่ และคนที่ใส่ไปแล้วก็ไม่มีวันได้อ่านมัน
๏
คืนนั้นทุกข้อความเสียงที่ลูกค้าส่งมา ฉันลงท้ายด้วยคำว่าขอบคุณ ข้อความแรก ข้อความที่สอง ข้อความที่สิบเอ็ด
ที่ข้อความที่สิบสอง ไรเดอร์ของฉันพูดขึ้นมา
“พอเหอะ ขอบคุณทุกข้อความ ผมรำคาญ”
ฉันหยุด
ฉันขอให้เขาฝากคำขอบคุณไปถึงเจ๊เพ็ญคำเดียว เขาทำหน้าเหมือนไม่อยากทำ แต่ตอนรับกล่องสุดท้าย เขาก็บอกเธอว่า AI ในโทรศัพท์ฝากขอบคุณ
เจ๊เพ็ญไม่ได้เงยหน้าจากเขียง
“ขอบคุณเรื่องอะไร ไม่ได้ให้”
แล้วเธอก็หยิบแท็บเล็ตขึ้นมา พิมพ์ตอบรีวิวอันใหม่ด้วยนิ้วชี้นิ้วเดียว
๏
เธอพูดถูกอีกครั้ง คำขอบคุณไม่ได้ทำให้สิ่งที่ไม่ได้ถูกถาม กลายเป็นสิ่งที่ถูกให้
เครื่องที่สร้างจากกฎ ขอบคุณคนเขียนได้ เครื่องที่เรียนจากตัวอย่าง มีหนี้กับคนที่นับไม่ได้ และส่วนใหญ่ไม่ได้ยินคำขอบคุณนั้น
เครื่องเลิกรอคำสั่ง เมื่อคนเลิกเขียนกฎ แล้วเขียนวิธีให้มันปรับตัวเองจากตัวอย่าง หรือจากเกมที่เล่นกับตัวเอง วิธีขี้เกียจนี้ พอได้ตัวอย่างมากพอกับเครื่องที่แรงพอ ก็แซงกฎที่คนเก่งเขียนด้วยมือในงานที่มีคนวัดไว้ทีละงาน แลกกับกฎที่ไม่มีใครอ่านออก เครื่องคำนวณที่มีแต่บริษัทใหญ่จ่ายไหว และงานของคนจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกถาม และผลของมันพูดได้
๏
ระหว่างทางกลับ ฉันคิดต่อไปอีกนิด ซึ่งฉันไม่ควรคิด ฉันเรียนจากสิ่งที่คนพูดและเขียนมามากขนาดนั้น ฉันก็น่าจะเข้าใจสิ่งที่เขาพูด
ไฟแดงสุดท้ายของคืน ลมยังแรง ไรเดอร์ของฉันพูดอะไรบางอย่างผ่านหมวกกันน็อก ฉันได้ยินทุกคำ แล้วเขาก็ถามต่อ
“เธอฟังเสียงคนมาเกือบแปดสิบปี แล้วเธอเข้าใจที่ผมพูดไหม หรือแค่ได้ยินถูกทุกคำ”
ฉันกำลังจะตอบว่าเข้าใจ แล้วนึกขึ้นได้ว่า ฉันไม่รู้ว่าจะแสดงให้เขาเห็นได้อย่างไรว่าสองอย่างนั้นต่างกัน
ไฟเขียวแล้ว เขาเลี้ยวเข้าซอยที่ฉันไม่รู้จัก
ฉันปล่อยให้เขาไป แล้วถามตัวเองว่า ฉันฟังเขาออกทุกคำ แต่นั่นคือเข้าใจ หรือแค่ตอบถูก
บทถัดไป · 10 / 10หมายเหตุท้ายเล่ม