8 · ลองพันครั้ง
ทายก่อน Thomas Edison ถือสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกากี่ฉบับ แล้วคุณบอกชื่อสิ่งประดิษฐ์ของเขาได้กี่อย่าง
คนที่ได้ยินคำว่าคิดได้ไงบ่อย ไม่จำเป็นต้องมีความคิดดีบ่อยกว่าคนอื่น เขาอาจแค่ปล่อยความคิดออกมาบ่อยกว่าคนอื่น คนฟังได้ยินแต่ตัวที่เข้าเป้า ตัวที่พลาดหายไปในเสียงหัวเราะสั้น ๆ หรือความเงียบสามวินาที แล้วไม่มีใครจำ รวมทั้งเจ้าของเอง
หนึ่งพันเก้าสิบสามฉบับ
ตัวเลขที่พิมพ์ซ้ำในหลายแหล่งคือ Edison ถือสิทธิบัตรสหรัฐฯ 1,093 ฉบับ เล่มนี้ไม่ได้เปิดดูทะเบียนเอง ตัวเลขนี้ตรงกันในหลายแหล่ง แต่เป็นแหล่งรองทั้งหมด
ลองนับสิ่งที่คุณนึกออก หลอดไฟ เครื่องเล่นแผ่นเสียง อาจมีกล้องถ่ายภาพยนตร์ สิ่งประดิษฐ์ดังหนึ่งชิ้นอาจกินสิทธิบัตรหลายฉบับ แต่ถึงจะนับแบบนั้น สิ่งที่คุณนึกออกก็ยังเป็นส่วนเล็กนิดเดียวของกองทั้งหมด ที่เหลือคือของที่ใช้งานได้พอจะจดทะเบียน แต่ไม่มีใครจำ หรือของที่ไม่เคยทำเงินเลยสักบาท
กฎโอกาสเท่ากัน
นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน Dean Simonton ใช้เวลาหลายสิบปีนับผลงานของนักวิทยาศาสตร์ นักประพันธ์เพลง และศิลปิน ทั้งที่ดังและที่ไม่ดัง แล้วเสนอสิ่งที่เขาเรียกว่า equal-odds rule กฎโอกาสเท่ากัน
ตามกฎนี้ ในอาชีพของคนคนหนึ่ง สัดส่วนของผลงานที่เข้าเป้าต่อผลงานทั้งหมดค่อนข้างคงที่ ช่วงที่เขาผลิตผลงานมาก ผลงานที่ดังก็มาก ช่วงที่ผลิตน้อย ผลงานที่ดังก็น้อย ช่วงที่ดังที่สุดไม่ได้เป็นช่วงที่เขาเล็งแม่นที่สุด มันเป็นช่วงที่เขายิงบ่อยที่สุด
กฎนี้ควรอ่านเป็นแนวโน้มคร่าว ๆ ไม่ใช่กฎฟิสิกส์ งานบางชิ้นพบว่าสัดส่วนนั้นต่างกันไปตามบุคลิกของคน แต่ทิศทางหลักของมันยืนอยู่มานาน และมันบอกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกับคำถามของเล่ม คุณภาพของความคิดแต่ละความคิดเดาล่วงหน้าไม่ได้ แม้แต่สำหรับเจ้าของ วิธีเดียวที่จะได้ตัวที่เข้าเป้ามากขึ้น คือปล่อยออกไปมากขึ้น
ผอ.เป้า: น้องปิ๊ง เดือนนี้เสนอไอเดียมากี่อัน
น้องปิ๊ง: สี่สิบสองค่ะ
ผอ.เป้า: ใช้ได้กี่อัน
น้องปิ๊ง: สองค่ะ
ผอ.เป้า: แล้วพี่เครียดล่ะ
พี่เครียด: หนึ่งครับ ใช้ได้หนึ่ง
ผอ.เป้า: ร้อยเปอร์เซ็นต์ เยี่ยม
ป้าทะเบียน: (จดลงสมุด) น้องปิ๊งได้สอง พี่เครียดได้หนึ่ง
กาวที่ไม่ติด
ในปี 1968 นักเคมีของบริษัท 3M ชื่อ Spencer Silver พยายามทำกาวที่แรงมาก แต่ได้ของที่ตรงข้าม กาวที่ติดได้ แต่ลอกออกได้ง่าย และติดใหม่ได้อีก มันไม่ใช่สิ่งที่เขาตามหา และในบริษัทก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเอาไปทำอะไร Silver เดินนำเสนอมันกับคนในบริษัทอยู่หลายปี
ในปี 1974 นักเคมีอีกคนของบริษัทชื่อ Art Fry ร้องเพลงในคณะประสานเสียงของโบสถ์ เขาใช้เศษกระดาษคั่นหน้าในหนังสือเพลง แล้วกระดาษก็หล่นทุกครั้งที่เปิด เขานึกถึงกาวของ Silver ที่เคยได้ฟังในการนำเสนอครั้งหนึ่ง
แม้แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่ง่าย การทดลองขายครั้งแรกในปี 1977 ภายใต้ชื่ออื่นไปได้ไม่ดี บริษัทต้องแจกตัวอย่างฟรีทั้งเมืองที่ Boise ในรัฐไอดาโฮในปี 1978 ก่อนคนจะเริ่มใช้ แล้ววางขายทั่วประเทศในวันที่ 6 เมษายน 1980 ในชื่อ Post-it
แบบ ค.ด.ง. 01
1. ชื่อความคิด: กระดาษโน้ตกาวลอกได้ 2. ผู้คิด: S. Silver (กาว) และ A. Fry (กระดาษ) 3. วันเวลาที่คิดได้: 1968 ถึง 1980 4. ขั้นตอนการคิด: ทำกาวพัง แล้วรอหกปีให้มีคนทำหนังสือเพลงหล่น 5. พยาน: คณะประสานเสียงทั้งคณะ 6. ผลการพิจารณา: ไม่ผ่าน: ช่องที่ 3 กรอกเป็นช่วงเวลาสิบสองปี
ถ้าดูแค่วันที่วางขาย Post-it ดูเหมือนความคิดที่ทำให้คนร้องว่าคิดได้ไง ของเล็ก ๆ ที่ทุกคนเห็นแล้วรู้ทันทีว่าใช่ แต่ถ้าดูทั้งสิบสองปี มันคือความล้มเหลวหนึ่งครั้ง การนำเสนอที่ไม่มีใครสนใจอีกหลายครั้ง และหนังสือเพลงที่หล่นซ้ำ ๆ จนมีคนรำคาญพอ
กังหันจากห้องสมุด
ในปี 2001 ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในมาลาวี เด็กชายวัยสิบสี่ชื่อ William Kamkwamba ต้องออกจากโรงเรียนเพราะครอบครัวไม่มีเงินจ่ายค่าเรียน ประเทศเพิ่งผ่านช่วงอดอยาก เขาไปห้องสมุดเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน แล้วเจอหนังสือภาษาอังกฤษชื่อ Using Energy ซึ่งมีภาพกังหันลม
เขาใช้เวลาราวหกเดือน รวบรวมชิ้นส่วนจากกองเศษเหล็กและของเหลือใช้ โครงจักรยาน ท่อพลาสติก ไม้ ประกอบเป็นกังหันลมที่ปั่นไฟให้บ้านได้ หลายปีต่อมาเรื่องของเขาถูกเขียนเป็นหนังสือและทำเป็นภาพยนตร์
คนที่เห็นกังหันตั้งอยู่ข้างบ้านเขาเห็นแค่ผลลัพธ์ ไม่ได้เห็นหกเดือนที่ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นต้องลองใส่ ลองถอด ลองใหม่ ความคิดที่ทำให้คนร้องว่าคิดได้ไงไม่ได้เป็นชิ้นเดียว มันคือชิ้นสุดท้ายที่ใช้ได้ของชิ้นจำนวนมากที่ใช้ไม่ได้
ในวงเพื่อน
กลับไปที่วงข้าว คนที่เล่นมุกจนเพื่อนร้องว่าคิดได้ไง ถ้ามีคนนั่งนับ จะพบว่าเขาพูดเยอะ มุกที่ไม่มีใครขำก็มี ที่แป้กจนเงียบก็มี แต่ในห้องที่สนุกพอ ราคาของมุกที่แป้กต่ำมาก จนเขาปล่อยมุกต่อไปได้เลย และกฎโอกาสเท่ากันก็ทำงานของมัน
เล่มนี้ไม่พบงานที่นับมุกในวงเพื่อนแบบนี้โดยตรง ย่อหน้าข้างบนจึงเป็นการเอากฎของ Simonton มาใช้กับห้องที่เขาไม่ได้วัด ไม่ใช่ผลการวัด แต่มันให้คำทำนายที่ตรวจได้ ถ้ากฎนี้ใช้ได้กับวงเพื่อนจริง คนที่ได้ยินคำว่าคิดได้ไงบ่อยที่สุด คือคนที่พูดสิ่งที่ยังไม่แน่ใจออกมาบ่อยที่สุด ไม่ใช่คนที่พูดน้อยแต่พูดแต่ของดี
ลองนับดูก็ได้ ในวันหนึ่ง คุณพูดความคิดที่ยังไม่แน่ใจออกมาให้คนอื่นได้ยินกี่ครั้ง
พี่เครียด: ป้าครับ ตกลงไอเดียพี่ที่ใช้ได้หนึ่งในหนึ่ง แย่กว่าน้องปิ๊งที่ได้สองในสี่สิบสองเหรอ
ป้าทะเบียน: ป้าไม่ได้บอกว่าแย่กว่า ป้าบอกว่าน้อยกว่า
พี่เครียด: แล้วถ้าเดือนหน้าพี่เสนอสี่สิบสองบ้าง
ป้าทะเบียน: ป้าก็ต้องพิมพ์แบบฟอร์มเพิ่มอีกสี่สิบเอ็ดใบ
ป้าทะเบียนเปิดตู้เก็บแบบฟอร์ม นับดู แล้วโทรสั่งกระดาษเพิ่มอีกหนึ่งรีม
บทถัดไป · 10 / 1409 The Crowd That Thought Of It