10 · ทำไมเสียงนั้นเงียบลง
ทายก่อน สถิติของกรมบอกว่าคำร้อง ค.ด.ง. 01 จากพนักงานคนเดิม ลดลงทุกปีที่เขาทำงานนานขึ้น ผอ.เป้าสรุปทันทีว่าคนในกรมแก่แล้ว คิดอะไรไม่ออก คุณจะเชื่อข้อสรุปนั้นก่อนตรวจอะไรบ้าง
เสียงที่เงียบลงไม่ได้พิสูจน์ว่าความคิดของคุณหายไป มันอาจแค่บอกว่าห้อง คนฟัง และจำนวนครั้งที่คุณพูดออกมาเปลี่ยนไป ถ้าคุณเคยได้ยินคำว่าคิดได้ไงบ่อยในช่วงหนึ่งของชีวิต แล้วค่อย ๆ ได้ยินน้อยลงเมื่อโตขึ้น ข้อสรุปที่มาถึงเร็วที่สุดคือข้อสรุปของผอ.เป้า และมันไม่ได้มีหลักฐานรองรับมากกว่าข้ออื่นเลย
บทนี้วางคำอธิบายที่แข่งกันไว้ทีละข้อ แต่ละข้อบอกว่าหลักฐานมีแค่ไหน และอะไรจะล้มมันได้
คำอธิบายที่ 1 · ความคิดสร้างสรรค์หมดไปตามวัย
นี่คือคำอธิบายของผอ.เป้า และมีตัวเลขชุดหนึ่งที่ดูเหมือนรองรับมัน George Land กับ Beth Jarman เขียนไว้ในหนังสือ Breakpoint and Beyond ปี 1992 ว่าเมื่อทดสอบเด็กห้าขวบ 1,600 คน ร้อยละ 98 ได้คะแนนระดับอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ และเมื่อทดสอบผู้ใหญ่ 280,000 คน เหลือร้อยละ 2
ตัวเลขชุดนี้ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มนั้นเท่านั้น เล่มนี้ค้นแล้วไม่พบข้อมูลที่ตีพิมพ์ให้ใครตรวจได้ ไม่พบว่าแบบทดสอบให้คะแนนอย่างไร และไม่พบว่ากลุ่มตัวอย่างถูกเลือกมาอย่างไร มันจึงเป็นคำกล่าวของหนังสือหนึ่งเล่ม ไม่ใช่ผลการวัด
ตัวเลขอีกชุดหนึ่งมีข้อมูลจริง ในปี 2011 Kyung Hee Kim วิเคราะห์คะแนนแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์มาตรฐานชื่อ TTCT จำนวน 272,599 ชุดในสหรัฐอเมริกา แล้วรายงานว่าคะแนนลดลงตั้งแต่ช่วงราวปี 1990 เธอเรียกมันว่า creativity crisis แต่ในปี 2021 Baptiste Barbot กับ Ahmed Said-Metwaly วิเคราะห์ข้อมูลของคนกว่า 330,000 คนใหม่ แล้วไม่พบการลดลงแบบนั้น ข้อนี้จึงยังเถียงกันอยู่ และที่สำคัญกว่าสำหรับคำถามของบทนี้ ทั้งสองงานเทียบเด็กต่างรุ่นกัน ไม่ได้ตามคนคนเดียวตั้งแต่เด็กจนโต
เล่มนี้ไม่พบงานที่ตีพิมพ์ซึ่งแสดงว่าความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ของคนคนหนึ่งดิ่งลงเมื่อเข้าวัยทำงาน คำอธิบายข้อนี้จึงยังไม่ตาย แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะเป็นคำตอบแรก
จะล้มคำอธิบายอื่นทั้งหมดได้ถ้า มีงานที่ตามคนกลุ่มเดียวกันไปหลายสิบปี แล้วพบว่าความคิดของพวกเขาลดลงแรงในวัยหนุ่มสาว แม้จะคุมห้อง อารมณ์ และจำนวนครั้งที่พูดไว้แล้ว
คำอธิบายที่ 2 · คนฟังรู้จักคุณดีขึ้น
ย้อนไปที่นิยามของบทที่ 2 คำว่าคิดได้ไงวัดระยะระหว่างความคิดกับสิ่งที่คนฟังคาดไว้ เพื่อนที่รู้จักกันมาสิบปีมีภาพของคุณในหัวที่ละเอียดมาก เขาเดามุกของคุณได้ก่อนคุณพูดจบ เขารู้ว่าคุณจะเสนออะไรในที่ประชุม
ความคิดเดิม ความเก่งเดิม แต่ระยะสั้นลง เพราะคนฟังขยับไปใกล้คุณแล้ว
ข้อนี้เป็นเหตุผลจากนิยาม ไม่ใช่ผลการวัด เล่มนี้ไม่พบงานที่วัดตรง ๆ ว่าคนที่รู้จักกันนานพูดคำชมแบบนี้กันน้อยลง แต่มันให้คำทำนายที่ตรวจได้ ถ้าข้อนี้จริง คนที่เพิ่งรู้จักคุณจะร้องว่าคิดได้ไงบ่อยกว่าเพื่อนเก่า กับความคิดระดับเดียวกัน
จะล้มได้ถ้า คนแปลกหน้ากับเพื่อนเก่าตอบสนองต่อความคิดชุดเดียวกันไม่ต่างกัน
คำอธิบายที่ 3 · คุณปล่อยความคิดออกมาน้อยลง
ตามกฎโอกาสเท่ากันของ Simonton จำนวนความคิดที่เข้าเป้าขึ้นกับจำนวนความคิดที่ปล่อยออกไป ช่วงชีวิตที่มีเวลานั่งคุยไร้สาระกับเพื่อนเป็นชั่วโมง ทุกวัน คือช่วงที่ความคิดถูกปล่อยออกมานับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่ไม่เข้าเป้า และไม่มีใครจำ ช่วงชีวิตที่ทุกประโยคต้องมีเหตุผล ทุกข้อเสนอต้องผ่านหัวหน้า ความคิดที่ออกมาก็น้อยลง
ถ้าสัดส่วนเข้าเป้าคงที่ เสียงคิดได้ไงก็ต้องน้อยลงตามจำนวนนั้น โดยที่ความคิดแต่ละความคิดไม่ได้แย่ลงเลย
จะล้มได้ถ้า คนที่นับจำนวนครั้งที่ตัวเองพูดความคิดออกมา พบว่าจำนวนนั้นไม่ได้ลดลง แต่เสียงคิดได้ไงยังน้อยลง
คำอธิบายที่ 4 · ห้องเปลี่ยน
บทที่ 7 วางหลักฐานไว้แล้ว อารมณ์ดีที่ตื่นตัวช่วยเล็กน้อย การรู้ว่าจะถูกประเมินทำให้งานศิลปะสร้างสรรค์น้อยลงในงานของ Amabile เงินรางวัลทำให้คนแก้ปัญหาเทียนช้าลงในงานของ Glucksberg ห้องของผู้ใหญ่หลายห้องคือห้องที่มีครบทั้งสามอย่าง มีคนประเมิน มีเงินเป็นเดิมพัน และมีอารมณ์แบบที่ไม่ค่อยมีใครหัวเราะ
จะล้มได้ถ้า คนคนเดียวกันในห้องที่สนุกและไม่มีใครประเมิน ไม่ได้ปล่อยความคิดออกมามากกว่าหรือดีกว่าในห้องที่เคร่งเครียด เมื่อวัดซ้ำหลายครั้ง
คำอธิบายที่ 5 · ทางเดินกลายเป็นร่อง
บทที่ 6 แสดงว่าความรู้ที่ใช้ซ้ำ ๆ กลายเป็นทางเดียวที่มองเห็น ทั้งในเหยือกน้ำและบนกระดานหมากรุก ยิ่งทำงานเดิมนานขึ้น ทางลัดของตัวเองยิ่งเยอะขึ้น และทางลัดเหล่านั้นคือสิ่งที่บังทางใหม่
ข้อนี้มีส่วนที่น่าสนใจคือ มันไม่ได้แปลว่าคุณคิดได้น้อยลง มันแปลว่าคุณคิดเรื่องเดิมได้เก่งขึ้นจนไม่ต้องคิดใหม่ คนอื่นจึงไม่มีโอกาสได้เห็นระยะที่ยาว
จะล้มได้ถ้า คนที่ย้ายไปทำงานในสาขาใหม่ที่ไม่มีทางลัดเดิม ไม่ได้คิดอะไรใหม่ออกมามากขึ้นเลย
คำอธิบายที่ 6 · เวลาว่างหายไป
บทที่ 4 แสดงว่าการพัก การทำงานง่าย ๆ ที่ปล่อยให้ใจลอย การเดิน และอาจรวมถึงการนอน เกี่ยวข้องกับความคิดใหม่ ชีวิตที่ทุกช่วงว่างถูกเติมด้วยงานหรือหน้าจอ คือชีวิตที่ช่วงฟักแทบไม่มีที่ยืน ความคิดที่ต้องการเวลาฟักจึงไม่ได้เกิด หรือเกิดแล้วไม่มีใครอยู่ด้วยตอนที่มันมา
จะล้มได้ถ้า การคืนเวลาว่างที่ไม่มีหน้าจอให้ตัวเอง ไม่เปลี่ยนจำนวนความคิดเลย เมื่อทดลองแบบสุ่มวันกับตัวเอง
คำอธิบายที่ 7 · ผู้ใหญ่ไม่ค่อยพูดคำนี้
ข้อสุดท้ายเรียบง่ายที่สุด อาจเป็นไปได้ว่าความคิดยังมาเท่าเดิม และคนรอบตัวยังทึ่งเท่าเดิม แต่เมื่อโตขึ้น คนพูดความรู้สึกแบบนี้ออกมาตรง ๆ น้อยลง เพื่อนร่วมงานที่เห็นความคิดดีอาจแค่พยักหน้า หรือเอาไปใช้เงียบ ๆ
เล่มนี้ไม่พบงานที่วัดข้อนี้ มันถูกวางไว้ตรงนี้เพราะมันเป็นไปได้ และเพราะถ้ามันจริง เสียงที่เงียบลงก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับความคิดเลย
จะล้มได้ถ้า เมื่อถามคนรอบตัวตรง ๆ ว่าความคิดไหนของคุณที่ทำให้เขาทึ่ง คำตอบคือไม่มีเลย
ผอ.เป้า: ป้าทะเบียน สรุปว่าคนในกรมแก่แล้วคิดไม่ออก ใช่ไหม
ป้าทะเบียน: ตรวจแล้วค่ะ คำร้องลดลงจริง แต่ช่วงเดียวกันนั้น กรมเพิ่มขั้นตอนอนุมัติจากสองขั้นเป็นเก้าขั้น ย้ายห้องพักไปรวมกับห้องเก็บเอกสาร และ ผอ.เริ่มประกาศชื่อคนที่ไอเดียไม่ผ่านในที่ประชุม
ผอ.เป้า: ...
ป้าทะเบียน: ป้าเขียนความเห็นไว้ในแฟ้มแล้วค่ะ ไม่ได้ใช้ ค.ด.ง. 01 นะคะ ความเห็นนี้ป้ารู้ว่าคิดได้ยังไง เพราะนับเอา
คำตัดสิน
เมื่อเรียงทั้งเจ็ดข้อไว้ด้วยกัน ภาพที่ได้ไม่ใช่คำตอบเดียว แต่มีรูปแบบชัดเจน ข้อที่ 1 เป็นข้อเดียวที่บอกว่าความสามารถหายไป และตัวเลขที่ดังที่สุดของมันไม่มีข้อมูลรองรับ ข้อ 2 ถึง 7 ล้วนบอกว่าเงื่อนไขเปลี่ยน คนฟังเปลี่ยน จำนวนครั้งที่ลองเปลี่ยน ห้องเปลี่ยน ร่องลึกขึ้น เวลาว่างหายไป หรือคำชมเงียบลง สามในหกข้อนั้น คือห้อง ร่อง และเวลาว่าง มีการทดลองในห้องแล็บรองรับกลไก อีกสามข้อเป็นเหตุผลที่ยังไม่มีใครวัดตรง
คำตัดสินของเล่มคือ เสียงคิดได้ไงที่เงียบลงในชีวิตผู้ใหญ่ น่าจะบอกเรื่องเงื่อนไขมากกว่าเรื่องความสามารถ ความมั่นใจของคำตัดสินนี้ไม่สูง เพราะงานที่ตามคนคนเดียวไปทั้งชีวิตเพื่อวัดเรื่องนี้ตรง ๆ ไม่มีให้อ้าง แต่มันมีข้อดีอย่างหนึ่งที่คำอธิบายข้อที่ 1 ไม่มี คือมันตรวจได้กับตัวคุณเอง
คำตัดสินนี้จะพลิกได้เมื่อ คนคนหนึ่งเปลี่ยนเงื่อนไขกลับไปใกล้ช่วงที่เคยได้ยินคำนั้นบ่อย ทั้งห้อง คนฟัง และจำนวนครั้งที่พูด แล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยเป็นเวลานานพอ
บทถัดไป · 12 / 1411 The Stranger In Your Past