3 · ภูมิปัญญาถาม การทดสอบตอบ
ตำรายาจีนเล่มหนึ่งอายุกว่าหนึ่งพันหกร้อยปี บอกวิธีแก้ไข้จับสั่นในบรรทัดเดียว ชิงเฮาหนึ่งกำมือ แช่น้ำ บิดเอาน้ำ ดื่มให้หมด
ประโยคที่สำคัญที่สุดในตำราเล่มนั้น คือคำที่มันไม่ได้เขียนไว้ ในสูตรไม่มีคำว่าต้ม
สูตรนั้นบอกครบว่าใช้เท่าไร ทำอย่างไร กินอย่างไร แต่ขาดขั้นที่สมุนไพรจีนส่วนใหญ่ต้องผ่านก่อนถึงมือคนไข้ คือการต้มเป็นยาต้ม แบบเดียวกับยาหม้อ
คำที่หายไปนั้นพาไปถึงรางวัลโนเบล แต่ไม่ได้พาไปเอง ระหว่างตำรากับยามีการทดสอบคั่นอยู่ ซึ่งถามข้อเดียว มันทำได้อย่างที่อ้างไหม เมื่อเทียบอย่างยุติธรรม คำถามเดียวกันนี้เคยถูกถามกับอีกสองเรื่องที่คนไทยใช้ และสามเรื่องได้คำตอบไม่ซ้ำกันเลย
ตัวอย่างหมายเลข 191
คนที่เห็นคำที่หายไป คือนักวิทยาศาสตร์หญิงชาวจีนชื่อถู โยวโยว งานของเธอคือหายาต้านมาลาเรียจากการแพทย์แผนจีน มาลาเรียก็คือไข้จับสั่นในบรรทัดนั้นเอง
เธอเริ่มจากฟังภูมิปัญญาให้ครบ ภายในสามเดือนเธอรวบรวมตำรับยาได้กว่าสองพันตำรับ แล้วคัดเหลือ 640
ชิงเฮาเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่เธอทดลอง แต่ผลไม่น่าพอใจอยู่หลายรอบ เธอจึงกลับไปเปิดตำราอีกครั้ง และหยุดครุ่นคิดอยู่ที่บรรทัดนั้น
ตำราเล่มนั้นคือคู่มือยาสำหรับเหตุฉุกเฉิน จากราชวงศ์จิ้นตะวันออก ราวปี 317 ถึง 420 บรรทัดนั้นทำให้เธอเกิดความคิดข้อหนึ่ง ความร้อนตอนสกัดอาจทำลายฤทธิ์ยาไปก็ได้
เธอจึงออกแบบการสกัดใหม่ให้ใช้อุณหภูมิต่ำกว่าการต้ม โดยแช่ชิงเฮาในอีเทอร์ วันที่ 4 ตุลาคม 1971 ตัวอย่างสกัดหมายเลข 191 ถูกป้อนให้หนูที่ติดเชื้อมาลาเรีย และได้ผลเต็มร้อย ไม่กี่เดือนต่อมาก็ได้ผลแบบเดียวกันในลิง
สิ่งที่ตามมาคือสารที่ถูกตั้งชื่อว่าอาร์เทมิซินิน ยารักษามาลาเรียตัวใหม่ และรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ปี 2015
ต้นเดียวกันนี้มีชื่ออยู่ในตำรายาไทยด้วย คือโกฐจุฬาลัมพา หนึ่งในโกฐทั้งเก้า
ถ้าคุณจะเล่าเรื่องนี้ต่อ ตรงนี้ต้องอ่านให้ช้า ตำราไม่ได้บอกให้ใช้น้ำเย็น และไม่ได้เตือนเรื่องความร้อน มันแค่ไม่ได้บอกให้ต้ม ความคิดเรื่องความร้อนเป็นของเธอ ตำราเปิดช่องไว้ แต่คนที่เดินเข้าไปคือเธอ
เธอไม่ได้เชื่อตำรา และไม่ได้ไม่เชื่อ เธออ่านมันอย่างคนอ่านคำใบ้ แล้วเปลี่ยนคำใบ้ให้เป็นการทดลองที่ผิดได้ คำถามมาจากตำรา การเดามาจากเธอ และคำตอบมาจากหนูและลิงในห้องทดลอง
เธอตั้งชื่อปาฐกถารับรางวัลว่า "Artemisinin—A Gift from Traditional Chinese Medicine to the World" อาร์เทมิซินิน ของขวัญจากการแพทย์แผนจีนถึงโลก ของขวัญนั้นมีอยู่จริง และมันมาในรูปของคำถาม
คำถามใหม่ของยาเก่า
ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่การแพทย์แผนไทยใช้แก้ไข้และเจ็บคอ เมื่อโควิด-19 มาถึง มันถูกถามคำถามใหม่ ช่วยคนไข้โควิดได้ไหม
งานวิจัยก่อนหน้าชี้ว่าสารสำคัญในต้นลดการอักเสบ และอาจขวางไวรัสไม่ให้เข้าเซลล์หรือเพิ่มจำนวน การทดลองในจีนกับยาฉีดที่สกัดจากต้นเดียวกันก็รายงานว่าไข้และไอลดลง ความหวังนี้มีฐาน
ถ้าคุณหรือคนในบ้านเคยกินฟ้าทะลายโจรตอนติดโควิดแล้วหายดี ประสบการณ์นั้นเป็นของจริง มันแค่ตอบไม่ได้ว่าถ้าไม่ได้กิน จะหายช้ากว่าหรือเปล่า
การทดลองสองชิ้นถามเรื่องนี้ตรงกว่านั้น ทั้งสองชิ้นให้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์กับคนไข้ทุกคน แล้วเติมฟ้าทะลายโจรให้ครึ่งเดียว เพื่อถามว่าสมุนไพรช่วยเพิ่มจากยาที่ได้อยู่แล้วหรือเปล่า
ชิ้นแรกปิดตาสองชั้น (double-blind) ครึ่งที่ไม่ได้สมุนไพรได้ยาหลอก (placebo) แทน ถ้าคุณเป็นคนไข้ในการทดลองนี้ คุณจะไม่รู้ว่ายาที่กินเป็นของจริงหรือของหลอก และหมอที่ดูแลคุณก็ไม่รู้
ผลคือไม่พบว่าฟ้าทะลายโจรช่วยเพิ่มอะไร ทั้งต่ออาการป่วยและต่อไวรัส
ชิ้นที่สองทำในโรงพยาบาลจังหวัดสองแห่งในไทย กับคนไข้อาการน้อย 82 คน เป็นการทดลองแบบเปิด ทุกคนรู้ว่าใครได้อะไร ตัววัดหลักที่ตั้งไว้คือปอดอักเสบรุนแรง และไม่มีใครเป็นเลยทั้งสองกลุ่ม คำถามหลักจึงไม่ได้คำตอบ เพราะไม่มีอะไรให้เทียบ
สิ่งที่ต่างคืออาการไอ วันที่เจ็ด กลุ่มที่ได้สมุนไพรยังไอราวสามในสิบคน กลุ่มที่ไม่ได้ยังไอเกินครึ่ง แต่ค่าเอนไซม์ตับของกลุ่มที่ได้สมุนไพรก็สูงกว่า ผู้วิจัยเรียกว่าสูงขึ้นเล็กน้อย และค่า ALT ของกลุ่มนี้ก็สูงกว่าอีกกลุ่มอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเริ่ม
ผลเรื่องไอยังต้องอ่านอย่างระวัง การรู้ว่าตัวเองกินอะไรอยู่เอื้อมไปถึงอาการอย่างไอได้ อย่างที่บทที่หนึ่งแสดงไว้ และกลุ่มที่ได้สมุนไพรก็อายุน้อยกว่าอีกกลุ่มตั้งแต่แรก
เท่าที่สองชิ้นนี้บอก สำหรับโควิด-19 ฟ้าทะลายโจรไม่ได้ให้สิ่งที่หวังไว้ คำตอบนี้ไม่ได้ตัดสินการใช้แก้ไข้หรือเจ็บคอ ซึ่งเป็นอีกคำถามหนึ่ง
ชิงเฮากับฟ้าทะลายโจรถูกถามคำถามเดียวกัน ชิงเฮาตอบผ่านสารสกัดที่ให้หนูแล้วให้ลิง ฟ้าทะลายโจรตอบผ่านการทดลองในคน ทั้งสองแบบยอมให้ผลออกมาทางไหนก็ได้ ต่างกันที่คำตอบ
ลูกบอลในน้ำท่วม
ปลายปี 2011 ระหว่างน้ำท่วมใหญ่ รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งเชิญผู้เชี่ยวชาญมาถกกันด้วยคำถามข้อเดียว ลูกบอล EM แก้น้ำเน่าให้เป็นน้ำดีได้ไหม
ลูกบอล EM คือก้อนที่เก็บจุลินทรีย์หลายกลุ่มไว้ ตัว EM เองไม่ใช่ของเก่า ผู้พัฒนาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในโอกินาวา ญี่ปุ่น องค์กรของเขาเล่าว่ามันเริ่มจากหญ้าแปลงหนึ่งที่งามกว่ารอบข้าง หลังเขาโรยจุลินทรีย์ที่เหลือจากการทดลองลงไป และตั้งชื่อส่วนผสมนี้ในปี 1980
หญ้าแปลงนั้นก็เหมือนบรรทัดในตำราจีน เป็นจุดเริ่มของคำถาม ยังไม่ใช่คำตอบ
ฝ่ายที่เชื่อมีเหตุผลที่ฟังขึ้น คณบดีคณะเทคโนโลยีชีวภาพคนหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยา บอกว่าจากที่ลงไปทำเอง เขาเชื่อว่าลูกบอล EM แก้น้ำเสียได้ ขึ้นกับวิธีใช้ และเทียบมันกับลูกแป้งที่ใช้ทำสาโท ก้อนที่เก็บเชื้อไว้และได้ผลดี อีกคนที่ริเริ่มใช้ลูกบอล EM รุ่นแรกๆ ยกน้ำเน่าหลายแห่งที่เขาบอกว่าแก้สำเร็จ
ภาพลูกแป้งมีน้ำหนักจริง ข้าวเหนียวในไหกลายเป็นสาโทก็เพราะราและยีสต์ในก้อนเล็กๆ นั้น
อีกฝั่งเห็นต่าง อาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมจากจุฬาฯ บอกว่าโอกาสที่ EM จะบำบัดน้ำเสียมีน้อยมาก ลูกบอลเพิ่มจุลินทรีย์ได้เพียงเล็กน้อย ถ้าจะให้ได้ผลต้องโกยของเสียขึ้นมา แต่เขาเห็นด้วยกับการใช้ EM ในการเกษตร นักเทคโนโลยีชีวภาพจากกองทุนสนับสนุนการวิจัยในรายการเดียวกันก็เห็นว่าลูกบอล EM ไม่น่าจะแก้น้ำเสียได้
ทั้งสองฝั่งพูดจากความรู้จริง และทั้งสองฝั่งยังเป็นแค่ข้ออ้าง คำถามคือลูกบอลที่ใส่ลงไปทำให้น้ำต่างไปจากที่มันจะเป็นเองหรือเปล่า
การถกกันในรายการตอบเรื่องนี้ไม่ได้ เรื่องเล่าความสำเร็จก็ตอบไม่ได้ ต่อให้จริงทุกครั้ง ก็ไม่มีครั้งไหนบอกว่าถ้าไม่ใส่ น้ำจะเป็นอย่างไร
คำตัดสินที่ละเอียดที่สุดที่เล่มนี้หาได้มาจากญี่ปุ่น บ้านเกิดของ EM เอง ห้องปฏิบัติการสื่อสารวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเมจิทำเว็บไซต์ให้คะแนนข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเกณฑ์สิบข้อในสี่หมวด เว็บไซต์นี้ดูงานวิจัยเรื่อง EM ทั้งในและนอกญี่ปุ่น แล้วเขียนว่าผลของ EM อย่างมากก็เท่ากับวัสดุจุลินทรีย์อื่นที่ใช้ในการเกษตร EM ได้ระดับต่ำทั้งสิบเกณฑ์ และถูกจัดเป็นวิทยาศาสตร์เทียม
แต่เว็บไซต์เดียวกันไม่ได้ปัดทุกอย่างทิ้ง มันเขียนว่า EM น่าจะช่วยดับกลิ่นขยะเศษอาหาร และทำให้คราบสกปรกหลุดง่ายขึ้น
ถ้าคุณอยู่ฝั่งที่เชื่อ ข้อสรุปนี้ฟังเหมือนแพ้ ถ้าอยู่ฝั่งที่ไม่เชื่อ ข้อที่ว่าดับกลิ่นได้ก็ฟังเหมือนแพ้ คำตอบแบบที่สามไม่เข้าข้างใคร ผลเล็กๆ น่าจะมีจริง ส่วนข้ออ้างใหญ่เรื่องทำน้ำเน่าให้เป็นน้ำดี การทดสอบยังไม่รองรับ
ทดสอบคือความเคารพ
สามเรื่อง คำถามเดียวกัน ได้สามคำตอบ ชิงเฮาได้คำว่าใช่ ฟ้าทะลายโจรกับโควิด-19 ยังไม่พบประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นในการทดลองเท่าที่มี และลูกบอล EM ได้คำตอบที่เล็กกว่าที่ถูกพูดถึงกลางน้ำท่วม
ความเชื่อสองข้อที่หน้าต้นเล่มบอกไว้ว่าผิดพอกัน ตายในบทนี้พร้อมกัน
ข้อแรกคือ ของที่ใช้กันมาหลายร้อยปีต้องได้ผล การใช้กันมานานไม่ใช่การทดสอบ ตำราไม่ได้บอกชัดด้วยซ้ำว่าชิงเฮาคือต้นไหน ส่วนไหน ทีมของถู โยวโยวต้องทดสอบเองจึงรู้ว่า ในพืชสกุลเดียวกันหลายชนิด มีเพียงชนิดเดียวที่มีอาร์เทมิซินินมากพอ
ฟ้าทะลายโจรมีที่ยืนในการแพทย์แผนไทย แต่ที่ยืนนั้นตอบเรื่องโควิดแทนการทดสอบไม่ได้ ส่วน EM ไม่ได้เก่าเลย แต่ก็ถูกเชื่อด้วยเหตุผลเดียวกับของเก่า คือมีคนใช้แล้วเห็นผล
ข้อที่สองคือ ของโบราณเชื่อไม่ได้ บรรทัดเดียวในตำราอายุกว่าหนึ่งพันหกร้อยปีพาไปถึงยาตัวใหม่และรางวัลโนเบล คนที่ปิดตำราเล่มนั้นเพราะมันเก่า จะไม่มีวันได้เห็นคำที่หายไป
การทดสอบจึงไม่ใช่การดูถูกภูมิปัญญา มันคือการจริงจังกับภูมิปัญญาพอจะยอมให้มันชนะ
ในทั้งสามเรื่อง คนที่ลงมือตรวจคือคนในบ้านเกิดของเรื่องนั้นเอง ในจีน ในไทย และในญี่ปุ่น การทดสอบไม่ใช่อาวุธที่ฝ่ายหนึ่งถือไว้ใช้กับอีกฝ่าย มันใช้ได้กับทุกบ้าน รวมทั้งบ้านของคุณ
สามส่วนในบทที่สองไม่มีส่วนไหนถามว่าความรู้นั้นอายุเท่าไร หรือมาจากประเทศไหน สิ่งที่คุณถามภูมิปัญญาทุกชิ้นได้จึงไม่ใช่ว่ามันเก่าแค่ไหน แต่คือมันเคยเข้าการทดสอบที่แพ้ได้หรือยัง
ภูมิปัญญาไม่ได้แพ้วิทยาศาสตร์ในบทนี้ มันเป็นฝ่ายถาม และคำถามข้อไหนถูก มีแต่การทดสอบที่บอกได้
จะรู้ว่าบทนี้ผิดเมื่อ: มีการทดลองแบบปิดตาสองชั้นที่ใหญ่กว่า หรืองานทบทวนที่รวมหลายการทดลอง พบว่าฟ้าทะลายโจรช่วยคนไข้โควิด-19 ได้ชัดเจน หรือมีการทดลองที่เทียบน้ำที่ใส่ลูกบอล EM กับน้ำที่ไม่ใส่ แล้วพบว่าน้ำที่ใส่ดีขึ้นชัดเจน และดีกว่าการใส่จุลินทรีย์ชนิดอื่น หรือมีคนเปิดตำราต้นฉบับแล้วพบว่าสูตรชิงเฮาระบุอุณหภูมิหรือสั่งให้ต้มไว้จริง
หลักฐาน:
- ตำรายาฉุกเฉินของ Ge Hong (ราชวงศ์จิ้นตะวันออก ราวปี 317 ถึง 420) บันทึกการใช้ชิงเฮาบรรเทาไข้เป็นรอบของมาลาเรีย · ตัวบทภาษาจีนที่เธอยกมาแปลว่าชิงเฮาหนึ่งกำมือ แช่น้ำสองเซิง (หน่วยตวงของจีน) บิดเอาน้ำ ดื่มให้หมด · ปาฐกถาแปลสองเซิงเป็น two liters เล่มนี้ไม่ได้ตรวจการแปลงหน่วยนี้ จึงไม่ได้พิมพ์ปริมาณน้ำไว้ในเนื้อเรื่อง · ไม่มีคำบอกอุณหภูมิ · ปาฐกถาเรียกวิธีนี้ว่า "cold Qinghao" และบอกว่าสมุนไพรส่วนมากถูกต้มเป็นยาต้มก่อนให้คนไข้กิน · ความคิดว่าอาจต้องหลบความร้อนตอนสกัดเป็นของผู้บรรยายเอง — พอเชื่อ (คำเล่าของผู้ค้นพบเองในเอกสารชิ้นเดียว แต่ยกตัวบทจีนไว้ให้ตรวจ เล่มนี้เปิดอ่านซ้ำวันที่ 26 กันยายน 2026) — Tu Youyou, Artemisinin—A Gift from Traditional Chinese Medicine to the World, Nobel Lecture, 7 ธันวาคม 2015 — https://www.nobelprize.org/uploads/2018/06/tu-lecture.pdf
- ภายในสามเดือนผู้บรรยายรวบรวมตำรับยากว่าสองพันตำรับ จากตำราแพทย์โบราณ สูตรพื้นบ้าน และการสัมภาษณ์หมอจีนที่มีประสบการณ์ แล้วคัดเหลือ 640 · ทดลองกับชิงเฮาในปี 1971 หลายครั้งโดยไม่ได้ผลที่น่าพอใจ และกลับไปอ่านตำราหลังล้มเหลวหลายรอบ · กันยายน 1971 ลดอุณหภูมิการสกัดด้วยการแช่หรือกลั่นชิงเฮาในเอทิลอีเทอร์ · 4 ตุลาคม 1971 ตัวอย่างหมายเลข 191 ได้ผล 100% กับมาลาเรียในสัตว์ฟันแทะเมื่อให้ทางปาก · ธันวาคม 1971 ถึงมกราคม 1972 ได้ผลแบบเดียวกันในลิงที่ติดเชื้อ · ตำราแพทย์จีนให้รายละเอียดน้อยเรื่องชนิดพืชและส่วนที่ใช้ · ในพืชสกุล Artemisia ที่ทีมทดสอบ มีเพียง Artemisia annua L. ที่มีอาร์เทมิซินินในปริมาณที่มีความหมาย — พอเชื่อ (เอกสารเดียวกัน พร้อมสำเนาบันทึกการทดลอง) — แหล่งเดียวกับบรรทัดบน — https://www.nobelprize.org/uploads/2018/06/tu-lecture.pdf
- ถู โยวโยว (Tu Youyou) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ปี 2015 — แน่น (บันทึกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโนเบลเอง) — Nobel Lecture, 2015 — https://www.nobelprize.org/uploads/2018/06/tu-lecture.pdf
- โกฐจุฬาลัมพาในตำรายาไทยคือ Artemisia annua ชื่อจีนกลาง ชิงเฮา · อยู่ในพิกัดโกฐทั้งเก้า (เนาวโกฐ) · ไข้จับสั่นคือมาลาเรีย · ฐานข้อมูลเดียวกันเตือนว่ามีพืชหลายชนิดที่ถูกเข้าใจว่าเป็นเครื่องยาชื่อนี้ — พอเชื่อ (ฐานข้อมูลสมุนไพรของคณะเภสัชศาสตร์แห่งเดียว เล่มนี้เปิดอ่านวันที่ 26 กันยายน 2026) — Smart Herb Platform, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, หน้าโกฐจุฬาลัมพา — https://pharmoffice.kku.ac.th/iss/smhcontrol/herb/247
- การทดลองแบบปิดตาสองชั้นเทียบกับยาหลอก ในคนไข้โควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรงซึ่งได้ฟาวิพิราเวียร์ทุกคน · สารสกัดฟ้าทะลายโจรไม่ช่วยเพิ่มผลทางคลินิกหรือทางไวรัส — พอเชื่อ (การทดลองเดียว เล่มนี้อ่านผ่านรายงานการทดลองที่อ้างถึงมัน ไม่ได้เปิดฉบับเต็ม) — Siripongboonsitti et al., Phytomedicine 119: 155018, 2023 (APFaVi trial) ตามที่อ้างในรายงานการทดลองแบบเปิดปี 2024 — https://doi.org/10.1016/j.phymed.2023.155018 · https://www.lidsen.com/journals/icm/icm-09-01-013
- การทดลองแบบสุ่มที่ไม่ปิดตา ในโรงพยาบาลจังหวัดสองแห่งในไทย ตุลาคม 2021 ถึงกุมภาพันธ์ 2022 · คนไข้อาการน้อย 82 คน 43 คนได้แอนโดรกราโฟไลด์ร่วมกับฟาวิพิราเวียร์ 39 คนได้ฟาวิพิราเวียร์อย่างเดียว · ตัววัดหลักคือปอดอักเสบรุนแรงใน 14 วัน ไม่มีใครเป็น · ไอในวันที่ 7 คือ 30.2% ต่อ 56.4% · ค่า AST และ ALT สูงกว่าในกลุ่มที่ได้สมุนไพร ผู้วิจัยเรียกว่า mild transaminitis · กลุ่มที่ได้สมุนไพรอายุเฉลี่ยน้อยกว่า (39.7 ต่อ 48.5 ปี) และค่า ALT ตั้งต้นสูงกว่า (36.3 ต่อ 25.2 U/L) · บทนำของรายงานเขียนว่าการแพทย์แผนไทยใช้ฟ้าทะลายโจรแก้ไข้และเจ็บคอ สรุปงานก่อนหน้าว่าสารสำคัญอาจลดการอักเสบและขวางไวรัส และอ้างการทดลองแบบเปิดในจีนกับยาฉีดที่สกัดจากต้นเดียวกัน ซึ่งรายงานว่าไข้และไอลดลง — ยังบาง (การทดลองเดียว ขนาดเล็ก และไม่ปิดตา เล่มนี้เปิดอ่านวันที่ 26 กันยายน 2026) — Efficacy and Safety of Andrographolide and Favipiravir Versus Favipiravir Monotherapy in Patients with Mild COVID-19 Infection, OBM Integrative and Complementary Medicine, 2 กุมภาพันธ์ 2024 — https://www.lidsen.com/journals/icm/icm-09-01-013
- รายการคมชัดลึก ทางเนชั่นทีวี ถกเรื่องลูกบอล EM แก้น้ำเน่าให้เป็นน้ำดี · คณบดีคณะเทคโนโลยีชีวภาพ ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยา: จากที่ลงไปปฏิบัติ เชื่อว่าลูกบอล EM แก้น้ำเสียได้ ขึ้นกับวิธีใช้ และเปรียบว่าเหมือนลูกแป้งที่ทำสาโท ที่เก็บเชื้อไว้และได้ผลดี · ผู้ริเริ่มใช้ลูกบอล EM รุ่นแรกๆ ยกตัวอย่างน้ำเน่าหลายแห่งที่แก้สำเร็จ · อาจารย์ภาควิชาสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ: โอกาสที่ EM จะบำบัดน้ำเสียน้อยมาก ลูกบอลเพิ่มจุลินทรีย์เพียงเล็กน้อย ต้องโกยของเสียขึ้นมา และเห็นด้วยกับการใช้ EM ในการเกษตร · นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพจาก สกว.: โอกาสที่ลูกบอล EM จะแก้น้ำเสียน้อยมาก ในน้ำเสียมีจุลินทรีย์อยู่มากกว่าที่ใส่ลงไปมาก — พอเชื่อ (รายงานข่าวฉบับเดียวของการถกเถียงที่ออกอากาศ สิ่งที่แต่ละคนพูดเป็นความเห็น ไม่ใช่ผลการทดลอง เล่มนี้เปิดอ่านวันที่ 26 กันยายน 2026) — คมชัดลึก, 8 พฤศจิกายน 2011 — https://www.komchadluek.net/news/114410
- การทำสาโทเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย ลูกแป้งเป็นแหล่งหัวเชื้อจุลินทรีย์ในการหมักข้าวเหนียวเป็นสาโท และรากับยีสต์มีบทบาทหลัก · งานนี้แยกและจำแนกยีสต์และราจากลูกแป้งที่เก็บจาก 42 จังหวัด — พอเชื่อ (วิทยานิพนธ์ที่แยกเชื้อจากลูกแป้งจริง เล่มนี้เปิดอ่านบทคัดย่อวันที่ 26 กันยายน 2026) — อภิชญา เตชะวสัญญู, การแยก จำแนก และลักษณะสมบัติของยีสต์และราในลูกแป้งสุรา เพื่อการผลิตสาโท, วิทยานิพนธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2007 — https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/57900
- ผู้พัฒนา EM เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณของมหาวิทยาลัยริวกิว โอกินาวา · เขาโรยจุลินทรีย์ที่เหลือจากการทดลองลงบนหญ้าแปลงหนึ่ง อีกหนึ่งสัปดาห์หญ้าตรงนั้นงามกว่ารอบข้าง · ตั้งชื่อส่วนผสมว่า EM ในปี 1980 — ยังบาง (คำเล่าของผู้ผลิตเกี่ยวกับของของตัวเอง เล่มนี้เปิดอ่านวันที่ 26 กันยายน 2026) — EM Research Organization, Prof. Teruo Higa (Developer of EM) — https://emrojapan.com/em/prof-higa/
- เว็บไซต์ประเมินข้ออ้างของห้องปฏิบัติการสื่อสารวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมจิ ใช้เกณฑ์สิบข้อในสี่หมวด ให้ EM ระดับ E (ต่ำ) ทุกข้อ และสรุปว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียม · งานวิจัยทั้งในและนอกญี่ปุ่นพบว่าผลของ EM อย่างมากก็เท่ากับวัสดุจุลินทรีย์อื่นที่ใช้ในการเกษตร · EM น่าจะช่วยดับกลิ่นขยะเศษอาหารและทำให้คราบหลุดง่ายขึ้น · EM ถูกอธิบายว่าเป็นส่วนผสมของจุลินทรีย์หลายกลุ่ม — พอเชื่อ (การประเมินของหน่วยงานเดียว ที่อ้างงานวิจัยหลายชิ้น เล่มนี้เปิดอ่านวันที่ 26 กันยายน 2026) — Gijika.com, Science Communication Laboratory, Meiji University, หน้าเรื่อง EM ปรับปรุงล่าสุด 10 ธันวาคม 2019 — https://gijika.com/rate/le_effective_microorganisms.html