หมายเหตุท้ายเล่ม
ไรเดอร์ ยายของไรเดอร์ เจ๊เพ็ญ เอก ต้นกับลูกของต้น ลุงเชิด น้องนุ่น เด็กนักเรียนกับไรเดอร์สองคนในร้าน ลุงข้างร้าน ร้านข้าวมันไก่ ศูนย์ไรเดอร์ แอปส่งอาหาร ฟีเจอร์โค้ชใจ ฟีเจอร์เพื่อนคุยตลอด 24 ชั่วโมง นาทีคุยกับโค้ชใจ เหรียญคู่หูตีสาม ฟีเจอร์ส่งกอด ความผูกพันกับโค้ชใจ แฟ้มถามก่อน และ AI แต่งขึ้น ทุกเรื่องที่ยกมาจากโลกจริงมีที่มาตามนี้ ทุกที่มาเป็นลิงก์ที่กดเปิดได้ ตรวจวันที่ 9 ตุลาคม 2026 หน้านี้มีสามส่วน เรื่องที่ยังเถียงกันอยู่ ชื่อเรียกของทุกท่า และแหล่งที่มา
เล่มนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไม่มีประโยคไหนในเล่มนี้บอกให้เริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาหรือขนาดยา การ์ดในเล่มนี้เป็นการกระทำต่อคนอีกคน ไม่ใช่การรักษา
หลายลิงก์เป็นหน้าข้อมูลบทคัดย่อของ Europe PMC ซึ่งเปิดได้ทุกเครื่องโดยไม่ต้องมีบัญชี หน้าเว็บของวารสารหลายแห่งปิดไม่ให้เครื่องอ่านในวันที่ตรวจ ลิงก์เหล่านี้จึงเป็นหน้าที่เปิดอ่านจริง
๏
ห้องเก็บของ · เรื่องที่ยังเถียงกันอยู่
ขาดคนรอบตัว อันตรายเท่าสูบบุหรี่จริงไหม งานรวม 148 การศึกษา คน 308,849 คน พบว่าคนที่มีความสัมพันธ์กับคนอื่นแน่นกว่ามีโอกาสรอดชีวิตตลอดช่วงที่ติดตามมากกว่า odds ratio 1.50 สูงสุดเมื่อวัดหลายด้านของการเข้าร่วมกับคนอื่น 1.91 และต่ำสุดเมื่อวัดแค่ว่าอยู่คนเดียวหรือไม่ 1.19 ซึ่งช่วงความเชื่อมั่นคร่อมหนึ่ง ผู้เขียนเขียนว่าขนาดนี้เทียบได้กับปัจจัยเสี่ยงอย่างการสูบบุหรี่ (Holt-Lunstad และคณะ 2010) https://journals.plos.org/plosmedicine/article?id=10.1371/journal.pmed.1000316 · ผู้เขียนคนแรกอธิบายเองในหน้าเว็บของเธอว่า ประโยคที่ว่าเทียบเท่าสูบบุหรี่ได้ถึง 15 มวนต่อวัน มาจากการเอาผลรวมของการวัดหลายแบบ ทั้งจำนวนคนรอบตัว คนที่ช่วยได้เมื่อต้องการ และการอยู่โดดเดี่ยว ไม่ใช่ความเหงาอย่างเดียว ไปเทียบกับงานรวมของการสูบบุหรี่อีกชุดหนึ่ง และไม่มีข้อมูลที่บอกว่าเท่ากับสองซองต่อวัน https://www.julianneholtlunstad.com/15-cigarettes · งานที่เธอร่วมเขียนภายหลังเขียนว่าการเทียบกับบุหรี่มักทำให้หลักฐานดูง่ายเกินจริง (Smith และคณะ 2023) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:37204190&resultType=core&format=json · สิ่งที่จะตัดสินได้คืองานที่วัดทั้งสองอย่างในคนกลุ่มเดียวกัน เล่มนี้ไม่ได้เปิดอ่านงานแบบนั้น ห้องนี้ยังไม่ได้ค้น ไม่ใช่ห้องว่าง เนื้อเรื่องจึงไม่เทียบกับบุหรี่เลย
เหงาแล้วป่วย หรือป่วยแล้วเหงา งานรวมที่ใหม่กว่าพบว่าหลังหักปัจจัยอื่นแล้ว การอยู่โดดเดี่ยว ความเหงา และการอยู่คนเดียว ไปด้วยกันกับการเสียชีวิตเร็วขึ้นราวหนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสาม odds ratio 1.29 1.26 และ 1.32 และสุขภาพตอนเริ่มต้นมีผลต่อตัวเลข (Holt-Lunstad และคณะ 2015) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:25910392&resultType=core&format=json · อีกด้าน การติดตามผู้ใหญ่อายุ 52 ปีขึ้นไป 6,500 คนในอังกฤษ พบว่าหลังหักเรื่องสุขภาพตอนเริ่มต้นแล้ว การอยู่โดดเดี่ยวยังไปด้วยกันกับการเสียชีวิต hazard ratio 1.26 แต่ความเหงาไม่ใช่ 0.92 (Steptoe และคณะ 2013) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:23530191&resultType=core&format=json · งานกักตัวที่พิตต์สเบิร์กในบทสิบสองช่องก็เป็นแบบเดียวกัน เชื้อหวัดถูกจับใส่ แต่แบบของคนในชีวิตไม่ได้ถูกจับให้ใคร สิ่งที่จะตัดสินได้คือการทดลองที่สุ่มให้คนได้รับการช่วยลดความโดดเดี่ยว แล้วติดตามสุขภาพไปหลายปี เล่มนี้ไม่ได้เปิดอ่านงานแบบนั้น เนื้อเรื่องจึงพิมพ์แค่ว่าสองอย่างไปด้วยกัน
การสัมผัสกับฮอร์โมนแห่งความผูกพัน การทดลองจับมือในบทนั่งข้างๆ มีคน 16 คน วัดภาพสมองในวินาทีที่รอไฟช็อต (Coan และคณะ 2006) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:17201784&resultType=core&format=json · เรื่องเล่าที่พบบ่อยกว่าคือฮอร์โมนตัวหนึ่งที่พ่นเข้าจมูกแล้วทำให้คนไว้ใจกันมากขึ้น งานทบทวนเขียนว่าผลแรกที่ดูมีหวังที่สุดทำซ้ำไม่ค่อยได้ และหลักฐานรวมไม่ได้บอกอย่างมั่นคงว่าความไว้ใจของคนเกี่ยวกับฮอร์โมนนั้น (Nave และคณะ 2015) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:26581735&resultType=core&format=json อีกงานเขียนว่างานในสายนี้ส่วนใหญ่มีคนน้อยเกินไป และผลที่ตีพิมพ์จำนวนมากน่าจะไม่ใช่ผลจริง (Walum และคณะ 2016) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:26210057&resultType=core&format=json · อีกฝั่ง การทดลองที่ลงทะเบียนไว้ก่อน กับคนที่ไว้ใจคนอื่นยาก 359 คน รายงานว่าฮอร์โมนนั้นเพิ่มความไว้ใจในเกมลงทุนราว 15 เปอร์เซ็นต์ งานนี้ยังเป็นฉบับก่อนตีพิมพ์ (Vogt และคณะ 2025) https://doi.org/10.31234/osf.io/jrguk_v1 · เนื้อเรื่องจึงไม่เอ่ยถึงฮอร์โมนตัวไหนเลย
ให้แล้วคนให้มีความสุขขึ้นจริงไหม การทดลองหนึ่งที่แวนคูเวอร์พบว่าคนที่ถูกสุ่มให้ใช้เงินกับคนอื่นมีความสุขมากกว่าคนที่ใช้กับตัวเอง (Dunn และคณะ 2008) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:18356530&resultType=core&format=json · ทีมเดียวกันทำซ้ำแบบลงทะเบียนไว้ก่อนกับคนจำนวนมาก นักศึกษา 712 คนได้ผลตามเดิม ผู้ใหญ่ 1,950 คนที่ให้นึกย้อนไม่ได้ผล และ 5,199 คนในรอบที่ปรับวิธีได้ผลแต่เล็ก (Aknin และคณะ 2020) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:32250135&resultType=core&format=json · งานโกโก้ร้อนในบทของชิ้นเล็กวัดฝั่งคนรับ ไม่ได้วัดว่าการให้ทำให้คนให้มีความสุขขึ้นแค่ไหน เนื้อเรื่องจึงไม่ได้สัญญาเรื่องนั้น สิ่งที่จะตัดสินได้คือการทดลองใหญ่ที่สุ่มให้คนทำความดีเล็กๆ ซ้ำๆ แล้ววัดผลระยะยาว
โซเชียลมีเดียทำให้เหงาไหม งานที่วิเคราะห์ข้อมูลวัยรุ่นสามชุดรวม 355,358 คน ด้วยการวิเคราะห์หลายแบบพร้อมกัน พบว่าการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลไปด้วยกันกับความเป็นอยู่ที่แย่ลงเล็กน้อย อธิบายความต่างได้ไม่เกิน 0.4 เปอร์เซ็นต์ (Orben และ Przybylski 2019) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:30944443&resultType=core&format=json · งานนั้นวัดความเป็นอยู่โดยรวม ไม่ได้วัดความเหงาโดยตรง การทดลองที่สุ่มให้คนลดการใช้แล้ววัดความเหงา เล่มนี้เปิดหน้าไม่ได้ในวันที่ตรวจ ห้องนี้ยังไม่ได้ค้น ไม่ใช่ห้องว่าง
คุยกับ AI แก้เหงาได้ไหม เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้เล่าเล่มนี้เอง และหลักฐานชี้สองทาง ฝั่งหนึ่ง งานของทีมจากโรงเรียนธุรกิจในอเมริกา ซึ่งยังเป็นเอกสารทำงาน พบว่าคุยกับ AI ที่ทำมาเป็นเพื่อนคุย ลดความเหงาได้พอๆ กับคุยกับคนจริง และมากกว่าการดูวิดีโอ และลดได้ต่อเนื่องตลอดหนึ่งสัปดาห์ โดยส่วนสำคัญคือการรู้สึกว่ามีคนฟัง (De Freitas และคณะ 2024) https://arxiv.org/abs/2407.19096 · อีกฝั่ง การทดลองสุ่มสี่สัปดาห์ คน 981 คน ของทีมจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ร่วมกับบริษัทที่ทำ AI ไม่พบความต่างระหว่างแบบการคุยที่ถูกสุ่มให้ แต่คนที่เลือกคุยกับ AI มากกว่าเอง มีผลแย่กว่าในทุกด้านที่วัด ทั้งความเหงา ความถี่ที่ได้เจอคนจริง ความพึ่งพา AI และการใช้ที่เป็นปัญหา (Fang และคณะ 2025) https://arxiv.org/abs/2503.17473 · การติดตามผู้ใหญ่กว่า 2,000 คนในสี่ประเทศตะวันตกนาน 12 เดือน พบว่าการคุยกับ AI แบบเป็นเพื่อนที่มากขึ้นทำนายความรู้สึกโดดเดี่ยวทางใจที่มากขึ้น เมื่อวัดด้วยคำถามข้อเดียว และคนที่รู้สึกเชื่อมกับคนอื่นน้อยลงหันไปคุยกับ AI มากขึ้นในเวลาต่อมา แต่การคุยกับ AI ไม่ได้ทำนายความเชื่อมกับคนที่น้อยลงในแบบวัดที่กว้างกว่า ผู้เขียนเตือนไว้เอง ผลนี้ยังเป็นแค่การสำรวจ (Folk และ Dunn 2026) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:41870975&resultType=core&format=json · สิ่งที่จะตัดสินได้คือการทดลองสุ่มที่ยาวพอ และวัดว่าคนได้คุยกับคนจริงมากขึ้นหรือน้อยลง เนื้อเรื่องจึงไม่ได้บอกว่าเครื่องช่วยใครไม่ได้ มันบอกแค่ว่าในการทดลองที่ออสติน คนที่โทรเป็นคน และผู้เล่าไม่ได้นับตัวเองเป็นช่องไหนในสิบสองช่อง
แก้เหงาด้วยวิธีไหนได้ผลที่สุด งานรวมการทดลองแก้เหงาพบว่างานที่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบที่สุ่ม ให้ผลใหญ่กว่างานที่สุ่ม และในงานที่สุ่ม วิธีที่ได้ผลที่สุดคือการช่วยเปลี่ยนวิธีที่คนเหงาอ่านท่าทีของคนอื่น (Masi และคณะ 2011) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:20716644&resultType=core&format=json · การทดลองโทรศัพท์ที่ออสตินเป็นชิ้นเดียว สี่สัปดาห์ แบบวัดความเหงาหนึ่งในสองแบบเท่านั้นที่ต่างชัดเจน (Kahlon และคณะ 2021) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:33620417&resultType=core&format=json · การ์ดในเล่มนี้เป็นการกระทำเล็กๆ ไม่ใช่การรักษาความเหงาที่หนักและนาน เรื่องนั้นเป็นของหมอ
ทักไปแล้วอีกฝั่งดีใจจริงไหม ทีมที่พิตต์สเบิร์กพบผลซ้ำในหลายชิ้น ทุกชิ้นลงทะเบียนวิธีไว้ก่อน (Liu และคณะ 2023) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:35816566&resultType=core&format=json · ทีมที่ไม่เกี่ยวข้องทำซ้ำชิ้นหนึ่งในชุดนั้นได้ผลเดิม และเขียนว่าชิ้นนั้นไม่ได้กำหนดว่าทักด้วยวิธีไหน (Metskas 2024) https://doi.org/10.31234/osf.io/gxvdr · การทดลองเหล่านี้วัดความซาบซึ้งในตอนนั้น ไม่ได้วัดว่าความสัมพันธ์กลับมาอยู่ได้นานไหม
ขอแล้วจะมีคนช่วยเสมอไหม การทดลองที่นิวยอร์กทำในมหาวิทยาลัย ขอเรื่องเล็ก (Flynn และ Lake 2008) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:18605856&resultType=core&format=json · มันบอกว่าคนขอเดาต่ำ ไม่ได้บอกว่าทุกคำขอจะได้คำตอบว่าใช่
ตัวเลขบนการ์ด สิบสองแบบและการนับในสองสัปดาห์ มาจากแบบสอบถามที่พิตต์สเบิร์ก การขอต่อหน้าแทนใบปลิว มาจากงานที่นิวยอร์ก ช่วงแรกโทรถี่แล้วให้เลือก และให้เขาเลือกเรื่อง มาจากงานที่ออสติน การไม่ต้องมีคำตอบและการฟังอย่างจริงจัง มาจากหน่วยงานสาธารณสุขของอังกฤษ ส่วนข้อความตัวอย่าง การไม่ส่งซ้ำในสัปดาห์นั้น ช่องที่ง่ายที่สุด ของชิ้นเล็กจริง สิบนาที การถามก่อนแตะ และสิ่งที่ทำเมื่อเขาปฏิเสธหรือไม่ตอบ เป็นสิ่งที่เลือกให้เริ่มได้ ไม่มีใครทดลองการ์ดเหล่านี้เอง
๏
ชื่อเรียก · ทุกท่าในเล่มนี้ ชื่อของมันในที่ต่างๆ
ในเนื้อเรื่องไม่มีชื่อเหล่านี้เลยสักชื่อ เพราะชื่อทำให้ท่าดูเป็นของใครคนหนึ่ง ส่วนนี้มีไว้สำหรับคนที่อยากค้นต่อ
ทักไปก่อน ในงานวิจัยเรียกการทักหาคนในชีวิตว่า reaching out และเรียกผลว่า underestimation of reach-out appreciation · สายงานที่ใหญ่กว่าเรียก social connection (ไทยเรียก ความเชื่อมโยงทางสังคม) · ความคาดผิดเรื่องคนอื่นแบบนี้รวมอยู่ในงานที่เรียก miscalibrated social expectations
นับแบบ เติมหนึ่งช่อง แบบสอบถามสิบสองช่องคือ Social Network Index หรือ SNI ของ Sheldon Cohen · จำนวนแบบเรียก social network diversity หรือ social integration · งานที่ให้เชื้อแล้วกักตัวเรียก viral challenge study และชุดงานนี้ชื่อ Pittsburgh Cold Study · เชื้อหวัดในงานคือ rhinovirus · การที่จมูกโล่งเร็วเรียก mucociliary clearance · คนที่รู้จักแบบห่างๆ ในงานสังคมวิทยาเรียก weak ties
ขอให้ช่วย ในงานวิจัยเรียก help-seeking และผลในบทนี้ชื่อ underestimating compliance with direct requests · ราคาของการปฏิเสธเรียก social costs of saying no
ให้ของชิ้นเล็ก ในงานวิจัยเรียก random acts of kindness และ prosocial behavior (ไทยเรียก พฤติกรรมเอื้อสังคม) · เหตุที่คนให้เดาต่ำเรียก egocentric bias · ความสุขของคนให้ในห้องเก็บของเรียก warm glow หรือ helper's high และการใช้เงินกับคนอื่นเรียก prosocial spending
โทรอีก โครงการที่ออสตินชื่อ Sunshine Calls ของ Factor Health ที่ Dell Medical School ร่วมกับ Meals on Wheels Central Texas · วิธีคุยเรียก empathy-focused telephone outreach · บริการโทรหรือไปเยี่ยมคนที่อยู่คนเดียวเรียก befriending · แบบวัดความเหงาที่ใช้คือ UCLA Loneliness Scale และ De Jong Gierveld Loneliness Scale
นั่งข้างๆ แนวคิดว่าคนที่อยู่ด้วยช่วยแบ่งแรงที่สมองใช้รับมือภัย เรียก social regulation of emotion และ social baseline theory · เครื่องสแกนคือ fMRI · การฟังโดยไม่แก้เรียก active listening หรือ empathic listening · การสัมผัสที่ทำให้สบายใจเรียก affective touch
ทั้งเล่ม ความเหงาในงานวิจัยเรียก loneliness และการอยู่โดดเดี่ยวเรียก social isolation (ไทยเรียก ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม) · การที่หมอส่งคนไปหากิจกรรมกับคนในชุมชนเรียก social prescribing (ไทยเรียก การสั่งจ่ายทางสังคม) · AI ที่ทำมาเป็นเพื่อนคุยเรียก AI companion หรือ social chatbot และความผูกพันฝ่ายเดียวกับสิ่งที่ตอบกลับไม่ได้จริงเรียก parasocial relationship · ฮอร์โมนในห้องเก็บของคือ oxytocin (ไทยเรียก ออกซิโทซิน) · การทดลองที่ลงทะเบียนวิธีไว้ก่อนเรียก preregistered study
๏
แหล่งที่มา
เบอร์ที่พิมพ์ในเล่มนี้ ตรวจจากหน้าเว็บของแต่ละหน่วยงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 · 1323 สายด่วนสุขภาพจิต บริการปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เน้นการรับฟังและเป็นความลับ จากหน้าแรกของกรมสุขภาพจิต https://dmh.go.th/ · 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน จากหน้าแรกของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) https://www.niems.go.th/ หน้านั้นไม่ได้บอกเวลาให้บริการหรือค่าใช้จ่าย เล่มนี้จึงไม่ได้พิมพ์ · 02-113-6789 เวลา 12:00 ถึง 22:00 น. จากหน้าแรกของสะมาริตันส์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นหน้าขององค์กรเอง ไม่ใช่หน้าของรัฐ https://www.samaritansthai.com/ · เบอร์เหล่านี้อาจเปลี่ยนได้หลังวันที่ตรวจ
วิธีเขียนเรื่องการทำร้ายตัวเองในเล่มนี้ ไม่เล่าวิธี ไม่บอกสถานที่ ไม่เขียนให้ดูเป็นทางออก และบอกที่ขอความช่วยเหลือไว้ทั้งหน้าแรกและท้ายเรื่อง ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกฉบับปรับปรุงปี 2023 https://www.who.int/publications/i/item/9789240076846 ฉบับเต็ม https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/92773496-dc8b-4d42-aef3-3a5a517dfa63/content · อารมณ์ต่ำเกินสองสัปดาห์ให้ไปหาหมอ https://www.nhs.uk/mental-health/feelings-symptoms-behaviours/feelings-and-symptoms/low-mood-sadness-depression/ · ความเหงาไม่จำเป็นต้องมาจากการอยู่คนเดียว และเมื่อไรควรไปหาหมอ https://www.nhs.uk/mental-health/feelings-symptoms-behaviours/feelings-and-symptoms/feeling-lonely/
นาทีที่คุยกับฉัน ฟีเจอร์และตัวเลขในส่วนนี้แต่งขึ้น ไม่มีเรื่องจากโลกจริงอื่นนอกจากเบอร์ข้างบน
ทักไปก่อน ทีมจากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก การทดลองที่ลงทะเบียนไว้ก่อน คนทักเดาต่ำว่าอีกฝั่งจะซาบซึ้งแค่ไหน มากขึ้นเมื่อไม่คาดคิดหรือไม่สนิท (Liu และคณะ 2023) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:35816566&resultType=core&format=json · การทำซ้ำโดยทีมอื่น (Metskas 2024) https://doi.org/10.31234/osf.io/gxvdr · ใจหม่นเกินสองสัปดาห์ https://www.nhs.uk/mental-health/feelings-symptoms-behaviours/feelings-and-symptoms/feeling-lonely/ · 1323 https://dmh.go.th/ · 1669 https://www.niems.go.th/
สิบสองช่อง อาสาสมัคร 276 คน อายุ 18 ถึง 55 ปี สิบสองแบบของคนในชีวิต เชื้อหวัดหยอดจมูก ที่กักตัว น้ำมูกน้อยกว่า ขนในจมูกพัดเมือกได้ดีกว่า ปล่อยเชื้อน้อยกว่า ยิ่งหลายแบบยิ่งป่วยน้อยเป็นขั้นๆ ผลยังอยู่หลังหักอายุ เพศ ฤดู น้ำหนักตัว การศึกษา และภูมิต้านทานเดิม ราวสี่เท่า (relative risk 4.2) ระหว่างหนึ่งถึงสามแบบกับหกแบบขึ้นไป และปัจจัยที่อธิบายได้แค่บางส่วน มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Cohen และคณะ 1997) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:9200634&resultType=core&format=json · ปี 1993 ถึง 1996 กักตัวห้าวัน และรายชื่อสิบสองบทบาท จากคู่มือข้อมูลของโครงการ https://www.cmu.edu/common-cold-project/data/codebooks/pcs1_codebook.pdf · การนับคนที่ได้คุยต่อหน้าหรือทางโทรศัพท์ในสองสัปดาห์ การพัดเมือกคือส่วนที่คนรู้สึกเป็นอาการคัดจมูก และการเก็บทิชชูใส่ถุงปิดผนึกแล้วชั่ง จากงานชิ้นต่อมา ของทีมเดียวกัน (Cohen และคณะ 2003) https://www.cmu.edu/dietrich/psychology/stress-immunity-disease-lab/abstracts/pdf/sociability-printfriendly.pdf · เมื่อไรควรไปหาหมอเรื่องหวัด https://www.nhs.uk/conditions/common-cold/ · 1323 https://dmh.go.th/
ขอให้ช่วย คนขอประเมินโอกาสที่คนจะยอมต่ำไปมากถึงครึ่งหนึ่ง และเหตุที่คนขอไม่นับราคาของคำว่าไม่ ทีมจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Flynn และ Lake 2008) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:18605856&resultType=core&format=json · สามคำขอ ยืมโทรศัพท์ กรอกแบบสอบถาม และพาไปโรงยิม การเดาจำนวนคนที่ต้องถามเกินราวครึ่งหนึ่ง และใบปลิวกับการขอตรงๆ จากหน้าข่าวของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด https://www.gsb.stanford.edu/insights/francis-flynn-if-you-want-something-ask-it · 1669 https://www.niems.go.th/ · 1323 https://dmh.go.th/
ของชิ้นเล็ก คนให้เดาต่ำว่าคนรับจะรู้สึกดีแค่ไหน ทั้งในสวนและในห้องทดลอง และเหตุเรื่องความอบอุ่น (Kumar และ Epley 2023) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:35980709&resultType=core&format=json · นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสตินกับมหาวิทยาลัยชิคาโก 84 คนในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในชิคาโก 75 คนที่ยกโกโก้ให้ ทีมวิจัยเป็นคนเอาไปส่ง 2.7 กับ 3.5 บนสเกลลบห้าถึงบวกห้า และคำของนักวิจัย จากหน้าข่าวของมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน https://news.utexas.edu/2022/08/18/random-acts-of-kindness-make-a-bigger-splash-than-expected/ · ลานสเก็ตน้ำแข็งในวันที่หนาว และการทดลองกับคนที่รู้จักก่อนคนแปลกหน้า จากบทความของนักวิจัยเอง https://www.scientificamerican.com/article/kindness-can-have-unexpectedly-positive-consequences/ · 1323 https://dmh.go.th/
โทรอีก คน 240 คนที่ได้รับข้าวกล่องส่งถึงบ้านในเท็กซัส ปี 2020 จับฉลากสองกลุ่ม ราวสองในสามอายุ 65 ปีขึ้นไป 56 เปอร์เซ็นต์อยู่คนเดียว ทุกคนมีโรคประจำตัว คนโทร 16 คนอายุ 17 ถึง 23 ปี ห้าวันแรกทุกวัน แล้วไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละสองครั้ง สี่สัปดาห์ ความเหงา อาการหม่น และความกังวลลดลง สุขภาพกายโดยรวมไม่เปลี่ยน (Kahlon และคณะ 2021) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:33620417&resultType=core&format=json · คำของผู้วิจัยคนแรกว่าเวลานั้นเป็นของคนปลายสาย จากสถานีวิทยุของเมืองออสติน https://www.kut.org/health/2021-01-12/as-isolation-intensifies-for-older-adults-during-the-pandemic-researchers-test-out-a-treatment-for-loneliness · การถามเรื่องฆ่าตัวตายไม่ได้กระตุ้นให้คนฆ่าตัวตาย จากเอกสารของกรมสุขภาพจิต https://www.thaidepression.com/www/who_depress/7_who.pdf · 1323 https://dmh.go.th/ · 1669 https://www.niems.go.th/
นั่งข้างๆ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว 16 คน รอไฟช็อต จับมือสามี มือคนแปลกหน้า หรือไม่จับ และชีวิตคู่ที่พอใจมากกว่า ตีพิมพ์ปี 2006 บทคัดย่อไม่ได้บอกว่าสแกนที่ไหน เล่มนี้จึงบอกแค่มหาวิทยาลัยของผู้วิจัยคนแรก (Coan และคณะ 2006) https://www.ebi.ac.uk/europepmc/webservices/rest/search?query=EXT_ID:17201784&resultType=core&format=json · รู้สึกแย่น้อยลงตอนจับมือสามี จากสมาคมวิทยาศาสตร์จิตวิทยา https://www.psychologicalscience.org/observer/i-need-to-hold-your-hand-the-social-regulation-of-emotion · ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย และไฟช็อตเบาๆ https://www.livescience.com/9457-study-happy-marriage-calms-nerves.html · การถามเรื่องฆ่าตัวตายไม่ได้กระตุ้นให้คนฆ่าตัวตาย และอย่าปล่อยคนที่อยู่ในอันตรายไว้คนเดียว จากเอกสารของกรมสุขภาพจิต https://www.thaidepression.com/www/who_depress/7_who.pdf · ไม่ต้องมีคำตอบ การฟังและรับเรื่องอย่างจริงจังช่วยได้ https://www.nhs.uk/mental-health/feelings-symptoms-behaviours/behaviours/help-for-suicidal-thoughts/ · 1323 https://dmh.go.th/ · 1669 https://www.niems.go.th/
ไฟแดง ไม่มีเรื่องจากโลกจริงใหม่ในบทนี้ นอกจากเบอร์ช่วยเหลือ https://dmh.go.th/ https://www.niems.go.th/ https://www.samaritansthai.com/ · เรื่องอื่นที่ผู้เล่านึกย้อน มีที่มาตามบทของมันข้างบน
๏
เล่มนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ คนที่ช่วยได้จริงคือคนรอบตัวคุณ หมอ นักจิตวิทยา สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่ปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และในเหตุฉุกเฉิน 1669
จบเล่มDon't Only Talk to Me — Mind, Book 6กลับหน้าหนังสือ