5 · เกราะสองชั้นที่เหลือชั้นเดียว
โทรศัพท์บ้านของชายคนหนึ่งดังทุกสองนาที และเขาเปลี่ยนเบอร์ไม่ได้ ปลายสายเป็นคนแปลกหน้าที่โกรธจัด คนแล้วคนเล่า ทั้งวันทั้งคืน เพราะมีใครสักคนเอาเบอร์บ้านของเขาไปแปะไว้ใต้ข้อความที่เขาไม่ได้เขียน บนกระดานที่เขาไม่เคยเข้า เขาแจ้งเจ้าของกระดานข่าวตั้งแต่วันแรก แล้วแจ้งซ้ำอีกหลายรอบ ข้อความยังอยู่ และโทรศัพท์ก็ดังต่อไป
ศาลตัดสินภายหลังว่าการแจ้งนั้นไม่เปลี่ยนอะไรในทางกฎหมาย คำตอบแบบนั้นออกมาได้เพราะเกราะมีสองชั้น และชั้นที่น่าจะคุมเรื่องแบบนี้ไว้ ไม่เคยได้ทำงานเลยสักครั้ง — เงื่อนไขว่าต้องสุจริตถูกเขียนไว้จริง และแทบไม่เคยถูกใช้ เพราะเกราะอีกชั้นกว้างจนไม่มีใครต้องเดินผ่านมัน
สองชั้น เขียนแยกกันไว้คนละวรรค
วรรค (c) มีสองย่อหน้า ไม่ใช่ย่อหน้าเดียว และสองย่อหน้านั้นคุ้มครองการกระทำคนละอย่าง ย่อหน้าแรกคือยี่สิบหกคำ มันคุ้มครองการ ปล่อยไว้ มีคนโพสต์หมิ่นประมาทในเว็บคุณ คุณไม่ถูกลากไปยืนเป็น publisher ด้วย ย่อหน้าที่สองคุ้มครองการ ลบ คุณลบโพสต์ของใคร เขาฟ้องเอาผิดคุณเรื่องนั้นไม่ได้ สองด้านของงานเดียวกัน แยกกันไว้คนละย่อหน้าตั้งแต่วันที่เขียน
และตรงนี้คือจุดที่ทั้งบทจะหมุนรอบมัน ย่อหน้าแรกไม่มีเงื่อนไขเรื่องเจตนา ย่อหน้าที่สองมี — "any action voluntarily taken in good faith" สภาเขียน good faith ลงไปเอง ตั้งใจให้การลบต้องสุจริตจึงได้เกราะ เก็บคำนี้ไว้ก่อน
สามสัปดาห์ที่เบอร์โทรของเขากลายเป็นของคนอื่น
เรื่องเริ่มหกวันหลังเหตุระเบิดที่โอคลาโฮมาซิตี วันที่ 25 เมษายน 1995 มีคนนิรนามโพสต์ขายเสื้อยืดบนกระดานข่าวของ AOL คำบนเสื้อล้อเลียนเหตุระเบิด คนสนใจให้โทรหา "Ken" ที่เบอร์บ้านของ Kenneth Zeran เขาโทรแจ้ง AOL วันเดียวกัน พนักงานรับปากว่าจะลบ
วันรุ่งขึ้นมีโพสต์ใหม่ เบอร์เดิม ต่อท้ายว่า "please call back if busy" เพราะของขายดี แล้วมีอีกเรื่อยๆ เขาโทรหา AOL ซ้ำแล้วซ้ำอีก วันที่ 30 เมษายน สายด่าเข้าทุกสองนาที วันที่ 1 พฤษภาคม นักจัดรายการวิทยุในโอคลาโฮมาซิตีอ่านข้อความนั้นออกอากาศพร้อมเบอร์ แล้วชวนผู้ฟังให้โทร จากนั้นคือคำขู่ฆ่า และตำรวจมาเฝ้าบ้าน สายลดเหลือวันละสิบห้าสายในวันที่ 14 พฤษภาคม หลังหนังสือพิมพ์แฉว่าเป็นเรื่องแกล้ง
สิ่งที่หยุดมันได้ในที่สุดคือนักข่าว ไม่ใช่ปุ่มไหนบนกระดานข่าวนั้น
เหตุผลของศาล ที่ต้องอ่านให้จบก่อนจะไม่เห็นด้วย
ศาลอุทธรณ์เขต 4 ยกฟ้อง ด้วยเหตุผลที่แข็งกว่าที่คุณคิด ข้อแรกคือถ้ากติกาเป็นแบบแจ้งแล้วต้องลบ ไม่งั้นรับผิด สิ่งที่เพิ่งสร้างขึ้นคือช่องทางฟรีของคนที่ไม่ชอบข้อความไหนก็ได้ ศาลเรียกมันว่า "a no-cost means to create the basis for future lawsuits" ส่งจดหมายฉบับเดียว บอกว่านี่หมิ่นประมาท ข้อความก็หายได้ นักกฎหมายเรียกกลไกนี้ว่า heckler's veto — คนเสียงดังที่สุดได้ตัดสินว่าอะไรอยู่บนอินเทอร์เน็ต
เอากลไกนั้นมาวางบนของที่คุณใช้อยู่ทุกวัน แล้วมันจะเลิกเป็นเรื่องนามธรรมทันที คุณเขียนรีวิวร้านหนึ่งตามที่เจอมาจริง เจ้าของร้านอ่านแล้วไม่ชอบ เขาไม่ต้องพิสูจน์ว่าคุณโกหก ไม่ต้องขึ้นศาล ไม่ต้องจ้างทนาย เขากดปุ่มรายงานแล้วพิมพ์คำว่าหมิ่นประมาทลงไปในฟอร์ม ถ้ากติกาคือแจ้งแล้วต้องลบ รีวิวของคุณหายไปด้วยต้นทุนเท่ากับเวลาสามสิบวินาทีของคนที่ไม่ชอบมัน
ข้อที่สองหนักกว่า แพลตฟอร์มไม่เคยรับผิดจากการลบ แต่รับผิดจากการปล่อยไว้ แรงจูงใจตามธรรมชาติจึงคือลบทุกอย่างที่มีคนแจ้ง จริงหรือไม่จริงก็ลบ เพราะการลบของจริงทิ้งไม่มีราคาต้องจ่าย ส่วนการเก็บของที่ผิดไว้มีราคาเต็มจำนวน
ข้อที่สามย้อนกลับไปหาต้นเรื่องพอดี เว็บที่ตรวจเนื้อหาตัวเองย่อมรู้เห็นข้อความมีปัญหาบ่อยขึ้น และความรู้เห็นนั้นคือฐานความรับผิด กวาดมาก ผิดมาก อีกรอบ
สามข้อนี้ไม่มีข้อไหนโง่
จุดที่เถียงได้ และไม่มีใครได้เถียงจนถึงที่สุด
ตัวบทเขียนคำว่า publisher ไว้คำเดียว ส่วนในกฎหมายหมิ่นประมาทแบบเดิม คนที่บรรทุกข้อความของคนอื่นผิดต่อเมื่อรู้ หรือควรจะรู้ นั่นคือ distributor และเงื่อนไขเรื่องรู้คือหัวใจของมัน มันคือขั้นกลางของบันไดที่บทแรกวางไว้ทั้งขั้น — คนที่ขนของซึ่งอ่านได้ แต่อ่านไม่ไหว
Zeran เถียงว่ามาตรานี้ตัดเฉพาะความรับผิดแบบ publisher ส่วนแบบ distributor ยังอยู่ เขาแจ้งแล้ว AOL จึงรู้แล้ว ศาลตอบว่าไม่ใช่ ความรับผิดแบบ distributor เป็นเพียง "a subset, or a species, of publisher liability" คำว่า publisher จึงกินมันไปด้วย
คำตอบนั้นคือจุดที่ถูกโจมตีมายี่สิบเก้าปี ข้อโต้แย้งไม่ได้บอกว่าศาลอ่านตำราผิด มันบอกว่าศาลยุบสองมาตรฐานที่ common law แยกไว้ ให้เหลือมาตรฐานเดียว และของที่หายไปพร้อมกับมาตรฐานที่ถูกยุบ คือสวิตช์ตัวที่บทแรกทิ้งไว้ — สวิตช์ที่กดได้ด้วยจดหมายฉบับเดียว แล้วเปลี่ยนสถานะของคนกลางทันทีที่เขารู้ ศาลสูงสุดไม่รับคดีนี้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 1998 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ศาลเดียวจึงกลายเป็นเสาที่ศาลอื่นลอกตาม
เกราะชั้นที่สองที่ไม่มีใครต้องใช้
ทีนี้กลับมาที่คำว่า good faith ที่เก็บไว้ตั้งแต่ต้นบท การตัดสินใจลบก็เป็นงานของ publisher อย่างหนึ่ง ศาลจึงอ่านว่าย่อหน้าแรกคุ้มครองทั้งที่ปล่อยไว้และที่ลบทิ้ง ชั้นแรกไม่มีเงื่อนไข และคลุมเรื่องเดียวกันอยู่แล้ว ไม่มีจำเลยคนไหนต้องเดินไปที่ชั้นสอง good faith จึงแทบไม่เคยถูกทดสอบ ไม่ใช่เพราะถูกยกเลิก แต่เพราะถูกเดินอ้อม
คนที่ยืนอยู่ปลายทางของการเดินอ้อมนั้น ไม่ใช่นักกฎหมาย โพสต์ของคุณหายไปโดยไม่มีใครบอกว่าทำไม บัญชีที่คุณใช้มาเจ็ดปีถูกระงับในเช้าวันหนึ่ง คุณกดอุทธรณ์แล้วได้ข้อความสำเร็จรูปกลับมาว่าคำขอของคุณได้รับการพิจารณาแล้ว เงื่อนไขที่สภาเขียนไว้ว่าการลบต้องสุจริต คือเงื่อนไขที่ควรจะถูกหยิบขึ้นมาถามตรงจุดนั้นพอดี เหตุผลที่มันไม่เคยถูกหยิบ ไม่ใช่เพราะไม่มีใครเดือดร้อน แต่เพราะเกราะชั้นแรกกว้างพอจะคลุมทั้งเรื่องไว้ก่อนที่คำถามจะทันได้ถาม
ชายที่แจ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าและไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยืนอยู่ปลายทางของเหตุผลชุดที่ยังไม่มีใครหักได้ ใครอยากแก้กฎหมายนี้จึงต้องตอบศาลให้ได้ก่อน ว่าถ้าไม่เอาแบบนี้ จะกันคนส่งจดหมายด้วยอะไร
ท่าที่เอาไปใช้ได้: เวลาเจอคำวินิจฉัยที่ให้ผลที่คุณรับไม่ได้ ให้แยกผลของมันออกจากเหตุผลของมันก่อน ถ้าคุณหักเหตุผลไม่ได้ สิ่งที่คุณมีคือความไม่พอใจ ไม่ใช่ข้อโต้แย้ง
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: ศาลสูงสุดสหรัฐรับคดีที่ถามว่าวรรค (c)(1) คลุมความรับผิดแบบ distributor ด้วยหรือไม่ แล้วตอบว่าไม่ หรือสภาแก้ตัวบทให้แยกสองอย่างนี้ออกจากกันชัดเจน
แหล่ง:
- Zeran v. America Online, Inc., 129 F.3d 327 (4th Cir. 1997), ตัดสิน 12 พ.ย. 1997 — https://www.eff.org/files/zeran-v-aol.pdf
- Zeran v. America Online, Inc., cert. denied, 524 U.S. 937 (1998), 22 มิ.ย. 1998 — http://www.techlawjournal.com/internet/80622aol.htm
- 47 U.S.C. § 230(c)(1) และ (c)(2) — ตัวบท — https://www.law.cornell.edu/uscode/text/47/230
- Barnes v. Yahoo!, Inc., 570 F.3d 1096 (9th Cir. 2009) — วรรค (c)(1) คลุมการลบด้วย — https://caselaw.findlaw.com/court/us-9th-circuit/1237818.html
- Adam Candeub และ Eugene Volokh, "Interpreting 47 U.S.C. § 230(c)(2)", Journal of Free Speech Law — https://www.journaloffreespeechlaw.org/candeubvolokh.pdf
- David Sheridan, "Zeran v. AOL: Why the Fourth Circuit is Wrong" — ข้อโต้แย้งฝั่งตรงข้าม — https://corporate.findlaw.com/law-library/zeran-v-aol-why-the-fourth-circuit-is-wrong.html