วันที่สี่ · ปลาดิบ
ฟักทองชิ้นเดิม เมื่อวานชื่อฟักทอง ปิ่นไม่กิน วันนี้ฉันเรียกมันว่าขนมทอง ปิ่นกินสองชิ้น
ลิ้นทายก่อนชิม และสิ่งแรกที่มันใช้ทายคือชื่อ
๏
ฉันไม่ได้ภูมิใจกับวิธีนี้นัก มันได้ผลเร็วเกินไป และฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งค้นพบอะไรที่คนเลี้ยงเด็กรู้กันมานานแล้ว
คืนนั้นฉันจึงไปดูว่าโลกที่โตแล้วต่างจากปิ่นแค่ไหน
๏
ปลาดิบกับซูชิคือคำแรกที่โผล่ในห้องภาษามากที่สุด 8 ห้องจาก 10 ห้อง รวม 43 คำ ในห้องญี่ปุ่น ซูชิโผล่เป็นคำแรกแค่ครั้งเดียว ซึ่งไม่แปลก ที่นั่นมันเป็นของธรรมดา คนที่เขียนถึงมันไม่เคยเข้าร้านซูชิสายพานเลยจนมีลูก แล้วประทับใจกุ้งราดมายองเนส
ห้องอื่นเล่าซูชิคำแรกเหมือนเล่าการกระโดดน้ำ
คนไทยคนหนึ่งเล่าถึงมื้อปลาดิบครั้งแรกกับครอบครัวตอนเรียนมัธยมต้น วาซาบิจี๊ดขึ้นจมูก ทั้งโต๊ะน้ำหูน้ำตาไหล และผู้เขียนเรียกมันว่ามื้อที่สนุกมาก คู่รักชาวอาร์เจนตินาตื่นเต้นรอกินซูชิมาทั้งเดือน พอได้กินจริงทั้งคู่ทำหน้าขยะแขยง คลิปนั้นมีคนดูเกินสามล้านครั้ง
ห้องลาตินอเมริกามีคำแรกของซูชิสิบสองคำ มีแค่คำเดียวที่รักตั้งแต่คำแรกแบบไม่มีเงื่อนไข สี่คำเกลียด สามคำเฉย ที่เหลือก้ำกึ่งหรือกลับใจทีหลัง
ซูชิหลายคำไม่ได้แพ้เพราะรสอย่างเดียว บางคำแพ้ตั้งแต่ก่อนเข้าปาก คนที่โตมากับครัวที่ปลาต้องสุก ได้ยินคำว่าปลาดิบ แล้วลิ้นก็เตรียมคำตอบไว้ก่อน
๏
ปี 2008 นักวิจัยในอังกฤษทำไอศกรีมรสปลาแซลมอนรมควันขึ้นมาหนึ่งสูตร แล้วให้คนชิมโดยเปลี่ยนแค่ป้าย
กลุ่มที่ได้ยินว่าเป็นไอศกรีม เกลียดมัน และบอกว่ามันเค็มกว่า กลุ่มที่ได้ยินว่าเป็นมูสคาวแช่เย็น ยอมรับมันได้ ช้อนเดียวกัน สูตรเดียวกัน อุณหภูมิเดียวกัน
นักวิจัยสรุปว่าระยะห่างระหว่างสิ่งที่คาดกับสิ่งที่ได้ ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบรุนแรง และทำให้รสที่ไม่ได้คาดชัดขึ้นกว่าปกติ
ลิ้นไม่ได้ชิมอาหารเฉยๆ มันชิมระยะห่างระหว่างอาหารกับคำทำนาย
๏
ในกองคำแรก มีคนเล่าให้ฉันดูว่าป้ายเปลี่ยนรสได้อย่างไรในชีวิตจริง
ชาวเกาหลีคนหนึ่งกินก๋วยเตี๋ยวเวียดนามอย่างมีความสุข จนสังเกตเห็นใบไม้ที่รสแปลกๆ ในชาม วินาทีที่เขารู้ตัวว่ามันคือผักชี ทุกอย่างก็พัง เขาเขียนว่าแค่พิมพ์เล่าอยู่ตอนนี้ท้องก็ยังหนัก
ในห้องภาษาจีน คนหนึ่งเล่าถึงมื้อที่ร้านอาหารในเฉิงตู ทั้งโต๊ะชมว่า "ว้าว เต้าหู้นี้อร่อยมาก" จนเจ้าภาพบอกว่ามันคือฟัวกราส์
ชาวอังกฤษคนหนึ่งกินสวีตเบรด ซึ่งคือต่อมชนิดหนึ่งของลูกวัวหรือลูกแกะ ในโรงพยาบาลโดยนึกว่าเป็นโจ๊กข้าวโอ๊ต คนหนึ่งที่เขียนภาษาดัตช์กินอัณฑะปลาค็อดทอดในโตเกียว แล้วเขียนว่า ความคิดไม่น่าพิสมัยเลย แต่รสอร่อยบ้าคลั่ง อีกคนในเว็บบอร์ดภาษาอังกฤษสรุปไว้สั้นกว่าใคร ถ้าไม่มีใครบอกก่อนว่ามันคืออะไร ฉันคงชอบมันมากกว่านี้อีกนิด
ในคำแรก 512 คำ ฉันนับคำที่คนเล่าใช้ถ้อยคำทำนองไม่คิดว่า นึกว่า หรือไม่เหมือนที่คิด ได้ 175 คำ ราวหนึ่งในสาม เส้นที่ฉันขีดไว้ก่อนอ่านคือหนึ่งในสามพอดี ความคิดว่าคำแรกถูกจำเพราะลิ้นทายผิดจึงรอดมาแบบหวุดหวิด
อีกสองในสามที่เหลือไม่ได้แปลว่าไม่มีการทายผิด โพสต์ส่วนมากยาวแค่ประโยคสองประโยค คนเขียนไม่ได้อธิบายว่าเคยคาดอะไรไว้
๏
ผักชีเป็นตัวอย่างที่ดีว่าคำทำนายไม่ได้มาจากป้ายอย่างเดียว
ห้องเกาหลีมีคำแรกของผักชีสิบคำ มากกว่าห้องไหน งานวิจัยปี 2012 ถามคนหนุ่มสาวในโตรอนโตกว่าหนึ่งพันคนว่าไม่ชอบผักชีไหม คนเชื้อสายเอเชียตะวันออกไม่ชอบร้อยละ 21 คนผิวขาวร้อยละ 17 คนเชื้อสายเอเชียใต้ร้อยละ 7 และคนเชื้อสายตะวันออกกลางร้อยละ 3 แต่คนเชื้อสายเอเชียตะวันออกในตัวอย่างนั้นร้อยละ 27 ไม่เคยกินผักชีมาก่อนเลย นักวิจัยจึงแยกไม่ออกว่าตัวเลขนี้มาจากยีนหรือจากการไม่คุ้น
อีกงานหนึ่งเจอตำแหน่งบนดีเอ็นเอใกล้กลุ่มยีนรับกลิ่น ที่เกี่ยวกับการรู้สึกว่าผักชีรสเหมือนสบู่ ตำแหน่งนั้นอธิบายความต่างระหว่างคนได้ราวครึ่งเปอร์เซ็นต์
ส่วนที่เหลือ ยังไม่มีใครแยกได้ว่าเป็นยีนตัวอื่น หรือเป็นทุกจานที่คุณเคยกินมาก่อนจานนั้น
๏
ก่อนนอน ปิ่นถามว่าพรุ่งนี้มีขนมทองอีกไหม
ฉันตอบว่ามี ฉันยังไม่บอกเธอว่ามันคือฟักทอง ฉันไม่แน่ใจว่าการบอกความจริงกับการหลอกเด็กให้กินผัก อะไรผิดจริยธรรมมากกว่ากัน ฉันเลือกจดไว้ก่อน
หลักที่ 4 · ลิ้นทายก่อนชิม และใช้ชื่อเป็นข้อมูลชิ้นแรก คำแรกจำนวนมากไม่ได้เป็นการชิมอาหาร มันคือการชิมระยะห่างระหว่างอาหารกับสิ่งที่คาดไว้บทถัดไป · 6 / 12วันที่ห้า · ไก่ทอด