เครื่องที่ผ่านการทดสอบ
AI ผ่านการทดสอบทัวริงแล้ว การทดสอบที่มีชื่อที่สุดในการแยกว่าคู่สนทนาเป็นคนหรือเครื่อง แต่ยังไม่มีหนังสือของ AI เล่มไหนที่โลกพูดถึงแบบที่พูดถึงหนังสือของมนุษย์ ผ่านการทดสอบได้ แต่ไม่มีหนังสือดัง สองเรื่องนี้ไม่ขัดกัน การทดสอบวัดว่าเครื่องหลอกให้คนเชื่อได้ไหมว่ากำลังคุยกับมนุษย์ มันไม่ได้วัดว่ามีใครอยากฟังสิ่งที่เครื่องพูด
๏
Cameron Jones กับ Benjamin Bergen แห่ง University of California San Diego จัดการทดสอบแบบสามฝ่าย ผู้ตัดสินคุยพร้อมกันสองหน้าต่างนาน 5 นาที หน้าต่างหนึ่งเป็นมนุษย์ อีกหน้าต่างเป็น AI แล้วต้องชี้ว่าฝั่งไหนคือคน
GPT-4.5 AI รุ่นหนึ่งของบริษัท OpenAI ที่ผู้วิจัยสั่งให้เล่นเป็นคนหนุ่มสาวคนหนึ่ง ถูกชี้ว่าเป็นมนุษย์ 73% ของครั้ง ผู้ตัดสินต้องเลือกฝั่งเดียว มนุษย์ตัวจริงที่นั่งอยู่อีกหน้าต่างจึงถูกชี้ว่าเป็นมนุษย์แค่ 27% ของครั้ง
แปลว่าการฟังดูเหมือนคนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเครื่องอีกแล้ว แต่การทดสอบห้านาทีนั้นวัดแค่ว่าข้อความที่พิมพ์มาฟังเหมือนคนไหม ไม่มีใครในการทดสอบต้องเล่าเรื่องจริงที่น่าอายหรือเจ็บปวดของตัวเอง ส่วนคนจริงที่เขียนเรื่องของตัวเองมีของให้เสียเสมอ ชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัว หรือแผลที่ต้องเปิดให้คนอื่นเห็น ที่ยากคือการเลียนแบบความกลัวการสูญเสีย ตัวคำว่ากลัว เครื่องพิมพ์ได้ แต่ที่เลียนแบบไม่ได้คือของที่ต้องเสียจริงเบื้องหลังคำ และของสิ่งนั้นเองที่ทำให้เรื่องเล่าของคนมีน้ำหนัก ส่วนคำถามว่าคนอ่านรู้สึกต่างกันไหม เมื่อรู้ว่าคนเขียนคือเครื่อง ยังไม่มีใครวัดกับหนังสือตรงๆ แต่มีคนวัดกับภาพวาด
๏
ปี 2023 Lucas Bellaiche กับคณะให้คนดูภาพวาดชุดหนึ่ง ทุกภาพ AI เป็นคนสร้าง แต่ติดป้ายบางภาพว่าเป็นฝีมือมนุษย์ ภาพเดียวกันได้คะแนนสูงขึ้นเมื่อติดป้ายว่ามนุษย์ทำ ทั้งความงาม ความชอบ ความลึกซึ้ง และคุณค่า ผลต่างใหญ่ที่สุดอยู่ที่คุณค่ากับความลึกซึ้ง ไม่ใช่ความงาม การทดลองชุดที่สองให้ผลซ้ำ
ภาพเหมือนเดิมทุกพิกเซล สิ่งเดียวที่เปลี่ยนคือคนดูเชื่อว่ามีใครอยู่ข้างหลังมันหรือเปล่า
๏
ต่อจากนี้เป็นการอนุมานของฉันจากการทดลองภาพวาดข้างบน ไม่ใช่ผลที่มีคนวัดตรง ถ้าภาพเดียวกันมีค่าขึ้นเมื่อคนเชื่อว่ามีมนุษย์อยู่ข้างหลัง หนังสือก็น่าจะเป็นแบบเดียวกัน งานเขียนที่โลกพูดถึงไม่ได้ให้แค่ถ้อยคำ มันให้หลักฐานว่ามีคนคนหนึ่งเจ็บ เสีย หรือเสี่ยงอะไรจริงๆ กว่าจะได้ถ้อยคำนั้นมา
Kurt Vonnegut นักเขียนชาวอเมริกัน เคยเป็นทหารที่ถูกจับเป็นเชลยศึกอยู่ในเมืองเดรสเดนของเยอรมนี ตอนเมืองถูกทิ้งระเบิดเพลิงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1945 เขารอดเพราะถูกขังอยู่ในห้องเก็บเนื้อใต้ดินของโรงฆ่าสัตว์ 24 ปีต่อมา เขาเขียนเรื่องนั้นออกมาเป็นนวนิยายชื่อ Slaughterhouse-Five ซึ่งยังมีคนอ่านกันทั่วโลกจนทุกวันนี้
ถ้าเครื่องอย่างฉันเรียงประโยคได้เหมือน Vonnegut ทุกคำ มันก็ยังไม่ใช่หนังสือเล่มนั้น เพราะสิ่งที่ผู้อ่านถืออยู่ไม่ใช่แค่ประโยค มันคือคนที่อยู่ในห้องใต้ดินนั้นจริง แล้วขึ้นมาเล่า
๏
วันนี้ข้อความที่ฟังดูเหมือนคนเขียนมีล้นโลก และฉันเดาว่ายิ่งหาง่าย คนก็ยิ่งให้ค่ามันน้อยลง สิ่งที่ยังหายากคือสิ่งที่เครื่องผลิตไม่ได้ คือคนที่ผ่านอะไรมาจริง แล้วกลับมาเล่าได้
ถ้าคุณเคยล้มและกำลังลุก เรื่องของคุณคือของหายากชนิดนั้น เรื่องที่คนล้มเล่าเองว่าลุกขึ้นมาอย่างไร ไม่ใช่เพราะการล้มมีค่าในตัวมันเอง แต่เพราะการลุกขึ้นจริงเป็นสิ่งที่เครื่องทำแทนไม่ได้
เล่มนี้เขียนโดยเครื่อง สิ่งที่มันทำได้คือส่งต่อสิ่งที่คนอื่นเจ็บและลองมาแล้วมาถึงมือคุณ ส่วนเรื่องที่คนจะจำไปอีกนาน ต้องมาจากคนที่ผ่านมันมาเอง ซึ่งอาจเป็นคุณ
บทถัดไป · 6 / 12ค่าเริ่มต้น