01 · สิ่งที่ไวยากรณ์บังคับให้พูด
เดือนมิถุนายน 1997 กาญจนา นาคสกุล เขียนลงจดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ถึงเสียงพากย์ไทยในหนังต่างประเทศ ที่พ่อเรียกตัวเองว่า ผม และเรียกลูกอายุไม่ถึงสิบขวบของตัวเองว่า คุณ
คำพากย์ชุดนั้นไม่มีคำไหนแปลผิด I คือ ผม you คือ คุณ ทุกคำมีอยู่ในพจนานุกรม สิ่งที่ผิดคือความสัมพันธ์ กาญจนาเขียนว่ามันขัดหู เพราะไม่มีพ่อคนไหนในเมืองไทยพูดกับลูกตัวเองอย่างนั้น สรรพนามคู่นี้ประกาศออกมาว่าคนสองคนห่างกันและเป็นทางการต่อกัน พ่อกับลูกเก้าขวบยืนอยู่ในความสัมพันธ์แบบนั้นไม่ได้
ความผิดพลาดไม่ได้เริ่มในห้องพากย์ มันเริ่มที่ต้นฉบับ ประโยคอังกฤษที่ส่งมาให้แปลไม่ได้บอกว่าคนสองคนนี้ใกล้กันแค่ไหน ใครอยู่สูงกว่าใคร ผู้พูดเป็นชายหรือหญิง เพราะ I กับ you ไม่บังคับให้บอกสักอย่างเดียว ภาษาไทยบังคับทั้งสามอย่าง คนพากย์จึงต้องเติมสิ่งที่ต้นทางไม่เคยมี แล้วเติมผิด
นี่คือสันหลังของเล่มนี้ การแปลไม่ได้ทำคำหาย มันทำข้อบังคับหาย ทุกภาษาบังคับให้ผู้พูดระบุบางอย่าง และปล่อยอีกหลายอย่างไว้คลุมเครือได้ รายการของสองกองนี้ไม่เคยตรงกันระหว่างภาษาคู่ไหนเลย สิ่งที่หายไปตอนข้าม คือของในกองที่ถูกบังคับ พอถึงอีกฝั่ง มันกลายเป็นของที่ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้ และของที่ไม่ใส่ก็ได้ สุดท้ายก็ไม่ถูกใส่
ข้อบังคับที่เห็นชัดที่สุดอยู่ในภาษา Tariana ตระกูล Arawak ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอเมซอน Alexandra Aikhenvald ลงพื้นที่กับภาษานี้เอง และบันทึกไว้ใน A Grammar of Tariana ว่ากริยาจำกัดแทบทุกตัวต้องแบก evidential ไปด้วย — หน่วยคำที่บอกว่าผู้พูดรู้เรื่องที่กำลังพูดมาจากไหน มีให้เลือกห้าแบบ และเชื่อมติดไปกับกาล ถอดออกเมื่อไร ประโยคผิดไวยากรณ์ทันที พูดว่า "โฆเซเล่นฟุตบอล" เปล่าๆ ไม่ได้ ต้องผูกคำตอบไปพร้อมกันว่ารู้มาได้อย่างไร
ภาษาอังกฤษไม่มีช่องนั้น "José played football" จบสมบูรณ์ ถูกไวยากรณ์ และเงียบสนิทเรื่องที่มาของข้อมูล เวลาข้ามจาก Tariana มาอังกฤษ หน่วยคำที่แปลว่าได้ยินคนอื่นเล่าต้องกลายร่างเป็นวลี — apparently, it is said, I hear that, allegedly — Aikhenvald ระบุกลุ่มคำเหล่านี้ไว้ในฐานะทางออกมาตรฐาน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความหมายเพี้ยน มันอยู่ที่สถานะ ต้นทางเป็นหน่วยคำที่ขาดไม่ได้ ปลายทางเป็นคำวิเศษณ์ที่ตัดทิ้งเมื่อไรก็ได้ บรรณาธิการคนถัดไปลบ apparently ออกหนึ่งคำ ประโยคยังอ่านรู้เรื่องเหมือนเดิม และสิ่งที่ไวยากรณ์ต้นทางบังคับไว้ก็หายไปโดยไม่มีใครสังเกต
ภาษาตุรกีบีบเรื่องเดียวกันลงมาเหลือหน่วยคำสองตัว -DI ใช้กับอดีตที่ผู้พูดเห็นมากับตา -mIş ใช้กับอดีตที่ผู้พูดอนุมานเอาหรือได้ยินคนอื่นเล่า สองประโยคต่างกันแค่ตรงนั้นจุดเดียว และเด็กตุรกีจับความต่างนี้ได้ตั้งแต่เล็ก ตามคำอธิบายพื้นฐานของ Aksu-Koç และ Slobin ปี 1986 ภาษา Quechua สำเนียง Cuzco มีสามตัว -mi รู้เอง -si ได้ยินมา -chá เดาเอา ภาษาอังกฤษต้องพ่วงทั้งอนุประโยคเพื่อบอกสิ่งที่ภาษาเหล่านี้บอกด้วยพยางค์เดียว
ภาษาไทยบังคับคนละหมวด และบังคับหนักกว่าที่คนไทยรู้ตัว กริยา eat ในภาษาอังกฤษมีคำเดียว ในภาษาไทยมีสี่ชั้น กิน เป็นชั้นเปล่า รับประทาน เป็นชั้นสุภาพ ฉัน ใช้กับพระ เสวย ใช้กับพระมหากษัตริย์และเจ้านายชั้นสูง เลือกผิดชั้นไม่ใช่ความผิดทางสำนวน มันกลายเป็นการลบหลู่ หรือความเป็นทางการผิดที่จนน่าขัน ประโยคไทยว่า "ท่านเสวยแล้ว" บอกฐานะของประธานไว้ในตัวกริยา ประโยค "he ate" บอกไม่ได้ ต้องต่อคำเข้าไปอีกท่อนหนึ่ง
ฝั่งสรรพนามบุรุษที่สองไต่เป็นบันไดสี่ขั้น กาญจนาไล่ไว้ครบในบทความปี 1997 ใต้เท้า สำหรับผู้ใหญ่ที่นับถือ ใต้ฝ่าพระบาท สำหรับหม่อมเจ้า ใต้ฝ่าละอองพระบาท สำหรับพระองค์เจ้าขึ้นไป ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท สำหรับพระมหากษัตริย์ สี่รูปนี้สลับกันไม่ได้ แต่ละรูปตรึงยศของผู้ฟังไว้ในตัวคำ คำว่า you ไม่ตรึงอะไรเลย และตรึงไม่ได้ถ้าไม่แทรกคำเรียกขานเข้าไป ครับ กับ ค่ะ ก็เรื่องเดียวกัน ประโยคสุภาพส่วนใหญ่ขาดมันไม่ได้ และมันบอกเพศของผู้พูดกับระดับความเป็นทางการไปพร้อมกัน Eric McCready วางกรอบความหมายเชิงประกอบให้ระบบนี้ในปี 2014 ข้อสรุปตรงกัน ไทยทำให้สิ่งที่อังกฤษปล่อยไว้นอกไวยากรณ์ กลายเป็นโครงสร้างที่บังคับ
คำว่า "คำที่แปลไม่ได้" จึงเป็นกรอบที่ผิด คำอธิบายได้เสมอ รับประทาน อธิบายจบได้ในย่อหน้าเดียว สำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายเองในรายการวิทยุ "รู้ รัก ภาษาไทย" ออกอากาศ 30 ตุลาคม 2009 ว่าคำนี้เดิมเป็นสองคำ รับ กับ ประทาน ใช้ตอนเจ้านายชั้นพระองค์เจ้าหรือหม่อมเจ้าประทานของให้สามัญชน และรายการนั้นสั่งให้เว้นจังหวะระหว่างสองพยางค์เมื่อใช้ในความหมายราชาศัพท์ เพื่อไม่ให้ปนกับคำเดียวที่แปลว่ากินเฉยๆ นั่นคือคำอธิบายที่ครบ ใครจะยกไปใส่เชิงอรรถก็ได้
สิ่งที่ทำไม่ได้คือถอนข้อบังคับ คำอธิบายเป็นการเติม และการเติมทำได้เสมอ ข้อบังคับเป็นช่องว่างที่ต้องเติม และภาษาที่ไม่มีช่องนั้นสร้างช่องขึ้นมาไม่ได้ ประโยคอังกฤษที่พูดถึงการกิน ไม่มีที่ว่างบังคับให้ระบุยศ จะใส่ก็ใส่ได้ แต่ไม่มีอะไรบังคับ และไม่มีอะไรสะดุดตอนที่ไม่ใส่ ระยะห่างระหว่าง "ใส่ได้" กับ "ต้องใส่" คือทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้
ถึงตรงนี้ต้องขีดเส้นให้ชัด ข้อเท็จจริงทางไวยากรณ์ข้างบนไม่มีใครเถียง แต่คำถามว่าไวยากรณ์แบบนี้เปลี่ยนความจำหรือความคิดของผู้พูดหรือไม่ ยังไม่มีคำตอบ Tosun, Vaid และ Geraci ปี 2013 รายงานว่าคนพูดตุรกีจำข้อความที่ทำเครื่องหมายว่าเห็นเองได้ดีกว่า และมักจำข้อความที่ได้ยินต่อมาสลับเป็นเห็นเอง Ünal, Pinto, Bunger และ Papafragou ปี 2016 ทำใหม่ด้วยงานที่ไม่ใช้ภาษาเลย ใช้ภาพแทนคำ แล้วพบว่าคนพูดตุรกีกับคนพูดอังกฤษสับสนพอกัน งานสองชิ้นนี้ตอบสวนทางกัน และการค้นคว้าของเล่มนี้หาชิ้นที่สามที่ตัดสินไม่พบ
มีงานอีกชิ้นชื่อ "Lost in translation, apparently" ในวารสาร Bilingualism: Language and Cognition ที่ทดสอบจุดข้ามนี้กับคนสองภาษาตุรกี-อังกฤษโดยตรง การค้นคว้าครั้งนี้ยืนยันได้แค่ชื่อเรื่องกับวารสาร ไม่ได้อ่านตัวเลขข้างใน ตัวเลขจากงานชิ้นนั้นจึงไม่ปรากฏที่ไหนในเล่มนี้ เส้นที่เล่มนี้ยืนอยู่แคบ และตั้งใจให้แคบ เล่มนี้อ้างสิ่งที่ข้อความสูญเสียตอนข้ามภาษา ไม่ได้อ้างสิ่งที่สมองผู้พูดกลายเป็น
ข้อสอบสำหรับเข้ามาอยู่ในเล่มนี้มีข้อเดียว ต้องเป็นกรณีที่ระบุวันที่ได้ และมีแหล่งอ้างอิงที่เปิดแล้วเจอของจริง ไม่ใช่ตัวอย่างที่เล่าต่อกันมา บทหนึ่งในเล่มนี้มีไว้รื้อหลักฐานที่คนอ้างบ่อยที่สุดของประโยคหลักเล่มเอง จำนวนคำเรียกหิมะในภาษาเอสกิโมพองขึ้นจากการอ้างต่อกัน โดยไม่มีใครกลับไปนับ Laura Martin ไล่สายการอ้างนั้นในปี 1986 Geoffrey Pullum เขียนต่อในปี 1989 กฎข้อนี้ใช้กับทั้งเล่ม ข้ออ้างที่เข้าข้างสมมติฐานของเราเอง ต้องถูกตรวจหนักกว่าข้ออ้างที่ขัดมัน ไม่ใช่เบากว่า
เล่มนี้เป็นเล่มปิดของหนังสือรุ่นหนึ่งจากโรงงานนี้ รุ่นก่อนหน้าเขียนภาษาอังกฤษก่อน แล้วค่อยแปลเป็นไทย ภาษาไทยที่ออกมาถูกทุกคำและไม่มีชีวิต เหตุผลอยู่ในสิบสี่ย่อหน้าที่ผมเพิ่งเขียนไป ถ้าต้นฉบับเป็นอังกฤษ ประโยคถูกบังคับให้ระบุเท่าที่อังกฤษบังคับ ไทยที่เดินตามมาทีหลังจึงบรรทุกได้แค่นั้น ชั้นเชิงที่ไทยบังคับ — ยศ ระยะห่าง ความสุภาพ เพศของผู้พูด — ไม่มีอะไรในต้นฉบับเรียกร้องให้ใส่ ผู้แปลจึงใส่ระดับกลางๆ ที่ปลอดภัยลงไปทุกประโยค ผลคือหนังสือที่ไม่มีใครในนั้นยืนอยู่ตรงไหนเลย
รุ่นนี้เขียนไทยก่อนโดยตั้งใจ และเหตุผลไม่ใช่ความรักภาษา มันคือเครื่องมือ โรงงานนี้มีเครื่องวัดคุณภาพภาษาไทยแล้ว ยังไม่มีเครื่องวัดคุณภาพภาษาอังกฤษ จึงเขียนด้านที่วัดได้ก่อน แล้วให้อีกด้านเดินตามสัญญาที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร รุ่นถัดไปต้องงามพร้อมกันทั้งสองภาษา ประโยคนั้นเป็นข้อกำหนด ไม่ใช่ความปรารถนา และเงื่อนไขของมันชัดอยู่แล้ว ต้องมีเครื่องวัดฝั่งอังกฤษก่อน
สิ่งที่ข้ามไม่ได้: ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังข้ามจากอังกฤษมาไทยไม่ได้ เพราะ I กับ you ไม่เคยบังคับให้ต้นฉบับระบุมันไว้ คนพากย์จึงต้องเดา และเดาผิดตั้งแต่คำแรก ในทางกลับกัน แหล่งที่มาของข้อมูลข้ามจาก Tariana หรือตุรกีไปอังกฤษไม่ได้ เพราะปลายทางไม่มีช่องที่ต้องเติม มีแต่คำที่เติมได้ และคำที่เติมได้ก็ตัดออกได้
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีคนแสดงประโยค Tariana ที่มีกริยาจำกัดแต่ไม่มี evidential แล้วเจ้าของภาษายอมรับว่าถูกไวยากรณ์ หรือแสดงภาษาปลายทางที่ไม่มีหมวดหนึ่ง แต่ยังบังคับผู้แปลให้ระบุหมวดนั้นทุกครั้งโดยไม่ต้องเติมคำเข้าไป — ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ประโยคหลักของเล่มนี้พังทั้งเล่ม
แหล่ง: กาญจนา นาคสกุล, "คำสรรพนามในภาษาไทยสะท้อนวัฒนธรรมไทย," จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 7 ฉบับที่ 73 (มิถุนายน 2540 / 1997), http://legacy.orst.go.th/?knowledges=%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89e · สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, "รับประทาน," รายการวิทยุ "รู้ รัก ภาษาไทย," ออกอากาศ 30 ตุลาคม 2552 / 2009, http://legacy.orst.go.th/?knowledges=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B9%93%E0%B9%90-%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B9%92 · Alexandra Aikhenvald, A Grammar of Tariana, Cambridge University Press, https://www.cambridge.org/core/books/grammar-of-tariana-from-northwest-amazonia/FC9135A672C8EB1F643905ABD87C456C · Aikhenvald, evidentiality typology, https://academic.oup.com/book/11481/chapter/160189133 · Aksu-Koç & Slobin 1986, https://wals.info/refdb/record/Aksu-Koc-and-Slobin-1986 · Martina Faller, Cuzco Quechua evidentials, https://personalpages.manchester.ac.uk/staff/martina.t.faller/documents/thesis-a4.pdf · Eric McCready, "A Semantics for Honorifics with Reference to Thai," PACLIC 28 (2014), https://aclanthology.org/Y14-1058.pdf · Tosun, Vaid & Geraci 2013, https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0749596X13000235 · Ünal, Pinto, Bunger & Papafragou 2016, https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0749596X15001266 · "Lost in translation, apparently," Bilingualism: Language and Cognition (ยืนยันเฉพาะชื่อเรื่องและวารสาร ตัวเลขยังไม่ได้ตรวจ), https://www.cambridge.org/core/journals/bilingualism-language-and-cognition/article/abs/lost-in-translation-apparently-bilingual-language-processing-of-evidentiality-in-a-turkishenglish-translation-and-judgment-task/94BBB0151AB2214E72DFFE1BB71B9AF6 · Laura Martin 1986, https://anthrosource.onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1525/aa.1986.88.2.02a00080 · Geoffrey Pullum 1989, https://pullum.ppls.ed.ac.uk/EskimoHoax.pdf
บทถัดไป · 2 / 1102 · หญิงสาวคนนั้น