6 · รีเฟล็กซ์ที่รู้ว่าคุณกำลังถืออะไรอยู่
การเคาะเข่าในบทแรกทิ้งข้อสรุปที่ดูหลีกเลี่ยงไม่ได้ไว้ข้อหนึ่ง วงจรที่ไม่มีสมองอยู่ในเส้นทางเลย ย่อมไม่รู้อะไรทั้งนั้น มันทำท่าเดียวทุกครั้งที่ถูกกระตุ้น ไม่ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ถ้านั่นคือทั้งหมดของสายเร็ว คำว่าเร็วก็ต้องมาพร้อมคำว่าโง่เสมอ
ข้อนี้ถูกวัดแล้ว
ให้คนหนึ่งถือด้ามจับไว้ แล้วดันด้ามนั้นให้ขยับโดยไม่บอกล่วงหน้า ในขณะเดียวกันบันทึกไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อแขนด้วย electromyography สิ่งที่เห็นในบันทึกไม่ใช่การตอบสนองครั้งเดียว มันมาเป็นระลอก
ระลอกแรกมาถึงราวยี่สิบถึงห้าสิบมิลลิวินาทีหลังการดัน นี่คือ short-latency response และมันคือวงจรเดียวกับการเคาะเข่า คือวิ่งขึ้นไขสันหลังแล้วกลับ
ระลอกที่สองมาถึงราวห้าสิบถึงหนึ่งร้อยมิลลิวินาที เรียกว่า long-latency response ระลอกนี้ช้าเกินกว่าจะเป็นวงจรในไขสันหลังล้วน ระยะเวลาของมันพอดีกับการวิ่งขึ้นไปถึงเปลือกสมองแล้วกลับลงมา
และการตอบสนองด้วยเจตนา คือเมื่อคนคนนั้นตั้งใจจะทำอะไรกับแรงที่มาดัน มาถึงราวหนึ่งร้อยห้าสิบมิลลิวินาทีขึ้นไป
ระลอกที่สองจึงอยู่ในช่องว่างที่น่าสนใจที่สุด มันช้ากว่ารีเฟล็กซ์ไขสันหลัง และเร็วกว่าการตัดสินใจ
ของที่ทำให้ระลอกที่สองสำคัญไม่ใช่เวลาของมัน แต่คือสิ่งที่เปลี่ยนมันได้ ถ้าบอกคนคนนั้นไว้ล่วงหน้าว่าเมื่อถูกดันให้ต้าน ขนาดของระลอกที่สองจะต่างจากเมื่อบอกว่าถูกดันแล้วปล่อยไปตามแรง แรงที่มาดันเท่าเดิม กล้ามเนื้อมัดเดิม เวลาเดิม ต่างกันที่คำสั่งที่ได้รับไว้ก่อน
และผลนั้นปรากฏในระลอกที่เร็วกว่าเวลาที่คนคนนั้นจะตัดสินใจอะไรได้ทัน
เรื่องเดียวกันเกิดขึ้นในชีวิตปกติทุกวัน คนที่ถือแก้วน้ำเต็มแล้วถูกคนเดินสวนชนไหล่ จะแก้ท่าไม่เหมือนคนที่ถือแก้วเปล่า การชนเหมือนกัน ร่างกายเดียวกัน แต่การแก้ต่างกัน และมันเกิดเร็วกว่าที่ใครจะคิดว่า "ระวังน้ำหก"
สังเกตให้ดีว่าสิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ความเร็วของวงจร วงจรยังเร็วเท่าเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือค่าที่วงจรนั้นถูกตั้งไว้ล่วงหน้า
ความฉลาดของสายเร็วไม่ใช่ความฉลาดที่คิดขึ้นตอนนั้น มันคือความฉลาดที่ถูกเขียนลงไปก่อนหน้านั้น สายช้าเป็นคนเขียน และเขียนเสร็จก่อนเหตุการณ์ พอเหตุการณ์มาถึง สายเร็วไม่ต้องคิดอะไรเลย มันแค่ทำตามค่าที่ตั้งไว้ และนั่นคือเหตุผลที่มันทันขณะที่การคิดไม่ทัน
เร็วจึงไม่เท่ากับโง่ แต่ความไม่โง่ของสายเร็วเป็นของที่มาถึงก่อนเสมอ ไม่ใช่ของที่เกิดขึ้นตอนนั้น สายเร็วไม่ได้ฉลาดขึ้นระหว่างเหตุการณ์ มันฉลาดขึ้นระหว่างที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเลย
ข้อจำกัดของตัวเลขในบทนี้ต้องบอกไว้ ช่วงเวลาของแต่ละระลอกขยับตามกล้ามเนื้อที่วัด ตามระยะทางจากไขสันหลัง และตามวิธีที่ใช้กระตุ้น ตัวเลขข้างบนเป็นช่วงที่รายงานกันในงานกลุ่มนี้ ไม่ใช่ค่าคงที่สำหรับทุกกล้ามเนื้อ สิ่งที่ไม่ขยับคือลำดับ คือรีเฟล็กซ์ไขสันหลังมาก่อน ระลอกที่ผ่านเปลือกสมองมาที่สอง และเจตนามาท้ายสุด
เหลืออีกข้อที่ยังค้าง ถ้าสายช้าเป็นคนตั้งค่าไว้ล่วงหน้า สายช้ารู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าจะเกิดอะไรขึ้น
คำตอบอยู่ในบทถัดไป และมันไม่ได้แก้ปัญหาความเร็วด้วยการทำให้อะไรเร็วขึ้นเลย
บทถัดไป · 8 / 127 · ย่นสายไม่ได้ ก็ทำนาย