7 · เพดานอยู่ตรงไหนกันแน่
มีตัวเลขหนึ่งตัวที่คุณน่าจะเคยได้ยิน
เจ็ดหมื่นห้าพันดอลลาร์ต่อปี เหนือจากนั้นเงินไม่ซื้อความสุขเพิ่ม
เพดานมีอยู่จริง และมันมีอยู่เฉพาะกับคนที่ต้องการให้มันไม่มี
นั่นคือคำตอบที่หลักฐานชุดล่าสุดให้ และผมจะพาคุณไปดูว่ามันมาถึงตรงนั้นได้อย่างไร
ที่มาของตัวเลขที่ดังที่สุดในวิชานี้
ก่อนอื่นต้องบอกว่างานที่ผลิตตัวเลขนี้ไม่ใช่งานที่แย่ ตรงกันข้าม มันเป็นงานที่ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดในวิชานี้ได้ถูก
สิ่งนั้นคือการแยกความสุขออกเป็นสองอย่าง
นักวิจัยสองคนเก็บข้อมูลสำรวจชาวอเมริกันกว่าสี่แสนห้าหมื่นคำตอบ ทุกวัน ตลอดสองปี แล้วแยกคำถามเป็นสองชุด
ความพอใจในชีวิต คือตอนที่คุณถอยออกมาแล้วให้คะแนนชีวิตตัวเองโดยรวม
ความรู้สึกรายวัน คือคุณภาพของอารมณ์ในวันธรรมดา ๆ วันหนึ่ง
ผลคือ ความพอใจในชีวิตสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามรายได้ ไม่มีจุดอิ่มตัว ส่วนความรู้สึกรายวันหยุดเพิ่มที่ราวเจ็ดหมื่นห้าพันดอลลาร์
งานชิ้นนี้ตีพิมพ์ในปี 2010 ตัวเลขนั้นออกเดินทาง และอยู่ในบทสนทนาเรื่องเงินมาสิบห้าปี
ทีนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากให้คุณรู้ เพราะมันเล็กและมันสำคัญมาก
แบบสำรวจนั้นแบ่งรายได้เป็นช่วง ๆ และมีช่วงหนึ่งคือ "หกหมื่นถึงเก้าหมื่น"
เจ็ดหมื่นห้าพัน คือจุดกึ่งกลางของช่องนั้น
ตัวเลขที่ดังที่สุดในเศรษฐศาสตร์ความสุข คือจุดกึ่งกลางของช่องในแบบสอบถาม
เครื่องมือที่วัดได้แค่ครึ่งเดียว
มีปัญหาอีกข้อที่ใหญ่กว่านั้น และมันอยู่ในวิธีถาม
แบบสำรวจนั้นถามว่า "เมื่อวานคุณรู้สึกแบบนี้เป็นเวลานานพอสมควรหรือเปล่า" แล้วให้ตอบใช่หรือไม่ใช่ มีห้าข้อ — มีความสุข เพลิดเพลิน ยิ้มบ่อย กังวล เศร้า
ตอบได้แค่ 0 หรือ 1 ต่อข้อ
ทีนี้ลองคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนรายได้สูง
ในกลุ่มรายได้สูง คะแนนอารมณ์บวกเฉลี่ยขึ้นไปถึง 89% ของคะแนนเต็ม ส่วนข้อที่ถามเรื่องอารมณ์ลบอยู่ที่ราว 81% ของค่าสูงสุด
พอชนเพดานของเครื่องมือแล้ว คนที่มีความสุขมากกับคนที่มีความสุขมากกว่านั้นอีก ตอบเหมือนกันหมด
เครื่องมือนั้นแยกระดับของความไม่มีความสุขได้ดี และแยกระดับของความมีความสุขไม่ได้เลย เพดานที่มันเจอ อาจเป็นเพดานของตัวมันเอง
คนที่ไปวัดใหม่ด้วยเครื่องมือที่ไม่มีเพดาน
นักวิจัยอีกคนสร้างแอปบนโทรศัพท์ที่เด้งถามคนวันละหลายครั้งว่า "ตอนนี้รู้สึกอย่างไร" แล้วให้เลื่อนแถบ ไม่ใช่ตอบใช่หรือไม่ใช่
เขาเก็บได้ 1,725,994 รายงาน จากคน 33,391 คน
ผลที่ได้คือ ความรู้สึกรายวันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามรายได้ ในอัตราเท่าเดิมทั้งใต้และเหนือเจ็ดหมื่นห้าพัน
ไม่มีเพดาน
ตอนนี้มีงานสองชิ้นที่บอกคนละอย่าง และเจ้าของงานทั้งสองยังมีชีวิตอยู่
สิ่งที่พวกเขาทำต่อ ซึ่งผมคิดว่าน่านับถือมาก
พวกเขาไม่เถียงกันในที่สาธารณะ พวกเขานั่งลงทำงานชิ้นเดียวกัน
เจ้าของงานปี 2010 กับเจ้าของงานปี 2021 ตกลงกันล่วงหน้าว่าจะวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไร แล้วรันด้วยกัน ตีพิมพ์ปี 2023
สิ่งที่พวกเขาทำต่างจากเดิมคือ แทนที่จะดูค่าเฉลี่ยของทุกคน พวกเขาแยกดูทีละระดับความสุข ตั้งแต่คนที่มีความสุขน้อยที่สุดไปจนถึงมากที่สุด
แล้วภาพก็ชัดขึ้นมาทันที
| ระดับความสุข | เงินช่วยแค่ไหน (ใต้ 1 แสน) | เงินช่วยแค่ไหน (เหนือ 1 แสน) |
|---|---|---|
| กลุ่มต่ำสุด 15% | 1.90 | 0.34 — แบน |
| กลุ่มกลาง ๆ | 1.33 | 1.21 — ขึ้นต่อ |
| กลุ่มบน 15% | ขึ้น | ชันกว่าเดิม |
อ่านแถวแรกอีกครั้ง
สำหรับคนที่มีความสุขน้อยที่สุด เงินช่วยได้จนถึงราวหนึ่งแสนดอลลาร์ต่อปี แล้วหลังจากนั้นแทบไม่ช่วยอะไรเลย
สำหรับคนที่มีความสุขอยู่แล้ว เงินช่วยต่อไปเรื่อย ๆ และช่วยได้ เร็วขึ้น หลังหนึ่งแสน
เจ้าของงานเขียนคำอธิบายที่เป็นไปได้ไว้เอง ว่าเหนือจุดนั้น ความทุกข์ที่ยังเหลืออยู่เป็นความทุกข์ชนิดที่เงินไม่แตะ — อกหัก การสูญเสียคนที่รัก ภาวะซึมเศร้า
เพดานที่ทุกคนพูดถึงมีอยู่จริง มันแค่ไม่ได้อยู่ตรงที่ทุกคนคิด และมันอยู่กับคนผิดกลุ่ม
สองข้อที่ต้องพูด ไม่งั้นบทนี้จะโกหก
ข้อแรก ผลทั้งหมดนี้เล็กมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างความสุขเฉลี่ยกับรายได้อยู่ที่ r = 0.09 และระยะห่างระหว่างความสุขของคนรายได้หนึ่งหมื่นห้ากับคนรายได้สองแสนห้า คือประมาณห้าจุดจากมาตรหนึ่งร้อยจุด
ทุกอย่างในบทนี้คือการปรับแต่งรายละเอียดของผลที่เล็ก และถ้าผมเล่ารูปแบบโดยไม่บอกขนาด ผมก็กำลังหลอกคุณ
ข้อที่สอง "คนที่มีความสุขน้อยที่สุด 15%" ไม่ใช่กลุ่มคน
มีนักวิจัยสองคนเขียนตอบในวารสารเดียวกันในปี 2024 ว่าวิธีวิเคราะห์ที่ใช้ อธิบายตำแหน่งในการกระจายของข้อมูล ไม่ได้อธิบายบุคคลที่ติดตามได้ การอ่านว่า "คนกลุ่มนี้ได้เงินเพิ่มแล้วไม่ดีขึ้น" เป็นการเติมความเป็นเหตุเป็นผลที่งานนี้ไม่ได้ให้
เจ้าของงานตอบกลับและยอมรับว่าหลักฐานเป็นความสัมพันธ์ล้วน ๆ
และยังมีอีกคนที่ชี้ว่าจุดหนึ่งแสนถูกเลือกไว้ล่วงหน้า ถ้าปล่อยให้ข้อมูลเลือกจุดเอง จุดที่แบนจะขยับไปอยู่ราวสองแสน
สิ่งที่เหลือหลังหักทุกอย่างออก
ถ้าคุณอ่านบทนี้แล้วจำได้ข้อเดียว ผมอยากให้เป็นข้อนี้
เลขสองตัวที่เรียกว่าความสุข เคลื่อนที่ไม่เหมือนกัน
ความพอใจในชีวิต — ตัวเลขที่คุณให้เวลาถอยออกมามองทั้งชีวิต — ไม่มีเพดานที่วัดเจอ เงินขยับมันได้ และผลนั้นอยู่ยาวยี่สิบสองปีตามที่บทที่ 3 แสดง
ความรู้สึกรายวัน — ตัวเลขที่คุณอยู่กับมันจริง ๆ ทุกวัน — แทบไม่ขยับ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร
คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตไล่ตามตัวที่สอง ด้วยเครื่องมือที่ขยับได้แต่ตัวแรก
ท่าที่เอาไปใช้ได้: ก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่เรื่องเงินหรืองาน ให้ถามว่าสิ่งนี้จะขยับตัวเลขไหน ถ้ามันขยับความพอใจในชีวิต มันจะอยู่นาน ถ้ามันขยับแค่ความรู้สึกรายวัน อย่าคาดหวังเกินสามเดือน
จะพลิกคำตัดสินนี้ได้เมื่อ: มีการวิเคราะห์ที่ติดตามคนกลุ่มเดิมข้ามเวลา แทนการเทียบคนต่างกลุ่มในเวลาเดียวกัน แล้วพบว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ความรู้สึกรายวันของคนที่มีความสุขน้อย ดีขึ้นจริงเหนือหนึ่งแสน
แหล่ง:
- Kahneman D, Deaton A, PNAS 107(38):16489–16493, 2010 — https://www.pnas.org/doi/abs/10.1073/pnas.1011492107
- Killingsworth MA, PNAS 118(4):e2016976118, 2021 — https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2016976118
- Killingsworth MA, Kahneman D, Mellers B, PNAS 120(10):e2208661120, 2023 — https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2208661120
- Rohrer JM, Wenz SE, PNAS 121, 2024 (quantile ไม่ใช่กลุ่มคน) — https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2313712121
- Bennedsen M, Economics Letters, 2024 (จุดตัดที่ข้อมูลเลือกเอง) — https://arxiv.org/abs/2401.05347