‹

06 Memory Is A Valley

6 · ​ความจำ​คือ​ก้น​หลุม

​ความจำ​ไม่​ใช่​ของ​ที่เก็บ​ไว้​ที่ไหน​สัก​แห่ง ​มัน​คือ​ก้น​หลุม

​ประโยค​นี้​คือ​สิ่ง​ที่ John Hopfield ​เสนอ​ใน​ปี 1982 ​และ​มัน​พลิก​คำถาม​ทั้ง​คำถาม ​เพราะ​ก่อนหน้า​นั้น​ทุกคน​ถาม​ว่า "​สมอง​เก็บ​ข้อมูล​ไว้​ตรงไหน" ​ซึ่ง​เป็น​คำถาม​ที่​หา​ที่อยู่​ให้​ของ ​เหมือน​หา​แฟ้ม​ใน​ตู้ ​ส่วน​คำถาม​ของ Hopfield ​คือ "​สมอง​ทำให้​ตัวเอง​กลิ้ง​กลับ​ไป​ที่​เดิม​ได้​ยังไง" ​ซึ่ง​เป็น​คำถาม​คนละ​ชนิด

​ลองดู​ปัญหา​ก่อน​ว่า​ทำไม​มัน​ถึง​ยาก

​คอมพิวเตอร์​จำ​ของ​ด้วย​ที่อยู่ ​ข้อมูล​ชิ้น​หนึ่ง​อยู่​ที่​ตำแหน่ง​หนึ่ง ​อยากได้​ต้อง​รู้​ตำแหน่ง ​ถ้า​บอก​ตำแหน่ง​ผิด​ไป​หนึ่ง​ช่อง ​ได้​ของ​ผิด​กลับมา​ทั้ง​ชิ้น ​ไม่​ใช่​ของ​ที่​ใกล้เคียง — ​ของ​ที่​ไม่​เกี่ยว​กัน​เลย

​คน​ไม่​ได้​ทำงาน​แบบ​นั้น ​คน​ได้ยิน​เสียง​กีตาร์​สี่​ตัวโน้ต​แล้ว​นึกออก​ทั้ง​เพลง ​เห็น​หลัง​คน​ที่​เดิน​อยู่​ไกล ๆ ​แล้ว​รู้​ว่า​เป็น​ใคร ​ได้กลิ่น​อะไร​สัก​อย่าง​แล้ว​เห็นภาพ​ห้องครัว​บ้าน​ยาย​ทั้ง​ห้อง ​ใน​ทุก​กรณี ​สิ่ง​ที่​ป้อน​เข้าไป​คือ​เศษ​เสี้ยว ​และ​สิ่ง​ที่​ได้​กลับมา​คือ​ของ​ทั้ง​ชิ้น ​ไม่​มี​ใคร​บอก​ที่อยู่​ให้​เลย

Hopfield ​เป็น​นักฟิสิกส์​ที่​ย้าย​มาสน​ใจ​ชีววิทยา ​ซึ่ง​แปล​ว่า​เขา​มี​ของ​ใน​มือ​ที่​นัก​ประสาท​วิทยา​ไม่​มี — ​เขา​รู้จัก Ising model

​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​คือ​การลอก​ที่​ถูก​ชั้น​ที่สุด​ใน​เล่ม​นี้​ทั้ง​เล่ม ​เขา​ไม่​ได้​ลอก​สมอง ​เขา​ลอก​สมการ​ของ​ก้อน​เหล็ก

​ภาพ​จาก​บท​ที่แล้ว​ยังอยู่​ครบ ​เข็มทิศ​จิ๋ว​กลายเป็น​นิว​รอน ​เปิด​หรือ​ปิด​แทนที่จะ​เหนือ​หรือ​ใต้ ​ความสัมพันธ์​ระหว่าง​เข็มทิศ​ที่อยู่​ติดกัน​กลายเป็น​น้ำหนัก​ของ​เส้น​เชื่อม​ระหว่าง​นิว​รอน ​ภูมิประเทศ​พลังงาน​ยัง​เป็น​ภูมิประเทศ​พลังงาน​เหมือนเดิม ​และ​ระบบ​ยัง​กลิ้ง​ลง​หุบเขา​เหมือนเดิม

​แล้ว​เขา​ก็​ถาม​คำถาม​ที่​นักฟิสิกส์​ไม่​ถาม ​เพราะ​สำหรับ​นักฟิสิกส์ ​ภูมิประเทศ​นั้น​เป็น​ของ​ที่​ธรรมชาติ​กำหนด​มา​แล้ว

​ถ้า​เรา​เลือก​ขุด​หุบเขา​เอง​ได้​ล่ะ

​ถ้า​จะ​ให้​ระบบ​จำ​รูป​ตัว A ​ก็​ตั้ง​น้ำหนัก​ของ​เส้น​เชื่อม​ทั้งหมด​ให้​สถานะ​ที่​ตรง​กับ​รูป​ตัว A ​กลายเป็น​ก้น​หุบ ​นั่นแหละ​คือ​การ "​จำ" — ​ไม่​ใช่​การเขียน​รูป A ​ลง​ใน​ช่อง​เก็บ​ของ ​แต่​คือ​การ​ดัด​ภูมิประเทศ​ให้​มี​หลุม​ตรง​ที่​รูป A ​อยู่

​จากนั้น​เวลา​เรียกคืน ​ป้อน​รูป A ​ที่​ขาด​ไป​ครึ่งหนึ่ง​เข้าไป ​ระบบ​จะ​พบ​ว่า​ตัวเอง​ยืน​อยู่​บน​ไหล่เขา​ใกล้ ๆ ​หลุม​นั้น ​และ​เพราะ​ระบบ​กลิ้ง​ลง​เสมอ ​มัน​ก็​กลิ้ง​ลง​ไป​นอน​ที่​ก้น​หลุม ​ซึ่ง​คือ​รูป A ​เต็ม ๆ

​ไม่​มี​ใคร​ค้นหา​อะไร​เลย ​ไม่​มี​การเทียบ​กับ​ของ​ที่เก็บ​ไว้ ​ไม่​มี​ที่อยู่ ​ระบบ​แค่​ตกลง​ไป​ใน​ที่​ที่​มัน​ตกลง​ไป​ได้

​นี่​คือ​เหตุผล​ที่​ความจำ​แบบนี้​ทน​ต่อ​ความเสียหาย ​ขาด​ไป​สามสิบ​เปอร์เซ็นต์​ก็​ยัง​กลิ้ง​ลง​หลุม​เดิม ​มี​จุด​รบกวน​ก็​ยัง​ลง ​เพราะ​เรื่อง​ทั้งหมด​ไม่​ได้​ขึ้นกับ​ความถูกต้อง​ของ​ข้อมูล​ที่​ป้อน​เข้าไป ​มัน​ขึ้นกับ​ว่า​คุณ​ยืน​อยู่​ใน​เขต​ของ​หลุม​ไหน

​และ​มัน​อธิบาย​เรื่อง​ที่​ทุกคน​เคย​เจอ​ด้วย — ​จำ​ผิด​เป็น​คนอื่น​ที่​หน้า​คล้าย​กัน ​สอง​หลุม​ที่​ขุด​ใกล้​กัน​เกินไป​จะ​เริ่ม​กิน​เขต​กัน ​ขอบ​ระหว่าง​มัน​เลือน​ลง ​เศษ​เสี้ยว​ที่​ควร​พา​ไป​หลุม​หนึ่ง​กลิ้ง​ไป​ลง​อีก​หลุม ​สมอง​ก็​ทำ​แบบนี้ ​และ Hopfield network ​ก็​ทำ​แบบนี้ ​ด้วย​เหตุผล​เดียวกัน​เป๊ะ

​ข้อจำกัด​ของ​มัน​วัด​ได้​ชัดเจน ​และ​นี่​คือ​สิ่ง​ที่จะ​กลับมา​สำคัญ​มาก​ใน​บท​ที่ 10 — ​เครือข่าย​แบบ Hopfield ​ดั้งเดิม​เก็บ​ของ​ได้​น้อย​มาก​เมื่อ​เทียบ​กับ​จำนวน​นิว​รอน ​ประมาณการ​มาตรฐาน​คือ​ราว 0.14 ​ของ​จำนวน​นิว​รอน ​นิว​รอน​หนึ่ง​พัน​ตัวเก็บ​รูป​ได้​ประมาณ​หนึ่งร้อย​สี่​สิบ​รูป ​เกิน​กว่า​นั้น​หลุม​จะ​ทับกัน​จน​พัง ​แล้ว​ระบบ​จะ​เริ่ม​กลิ้ง​ลง​ไป​นอน​ใน​หลุม​ที่​ไม่​ใช่​ของ​ใคร​เลย — ​สถานะ​ลูกผสม​ที่​ไม่​เคย​ถูก​สอน​ให้​จำ

​บทความ​ปี 1982 ​ชื่อ Neural networks and physical systems with emergent collective computational abilities ​ตีพิมพ์​ใน PNAS ​และ​คำ​ที่​สำคัญ​ที่สุด​ใน​ชื่อ​นั้น​คือ emergent — ​ความสามารถ​ใน​การคำนวณ​ไม่​ได้​อยู่​ใน​นิว​รอน​ตัว​ไหน​เลย ​มัน​โผล่​ขึ้น​มาจาก​การที่​ของ​โง่ ๆ ​จำนวนมาก​ทำตาม​กฎ​ง่าย ๆ ​ข้อ​เดียวกัน​พร้อมกัน

​อัน​เดียว​กับ​เข็มทิศ​ใน​ก้อน​เหล็ก​ทุก​ประการ

​แต่​มีปัญหา​ใหญ่​ข้อ​หนึ่ง​ที่ Hopfield network ​แก้​ไม่​ได้ ​และ​มัน​คือ​ปัญหา​ที่​ลูกบอล​ทุก​ลูก​ใน​โลก​นี้​มี

​ลูกบอล​ไม่​รู้​ว่า​มัน​นอน​อยู่​ใน​หลุม​ที่​ถูก​หรือเปล่า ​มัน​รู้​แค่​ว่า​รอบตัว​สูง​กว่า​มัน​หมด ​อาจจะ​มี​หลุม​ที่​ลึก​กว่า​นี้​อยู่​ถัดไป​อีก​สอง​เนิน ​มัน​ไม่​มีทาง​รู้ ​และ​มัน​ไม่​มี​แรง​จะ​ปีน​ออก​ไปดู

​ทางออก​ของ​เรื่อง​นี้​มาจาก​ช่างตีเหล็ก

​ลอง​เอง: ​นึก​เพลง​ที่​คุณ​ชอบ​สมัย​มัธยม ​แล้ว​เริ่ม​ร้อง​ใน​ใจ​จาก​ท่อน​กลาง ๆ ​ที่​จำได้​ไม่​ครบ ​ท่อน​ที่​จำได้​แค่​สี่​ห้า​คำ ​คุณ​จะ​พบ​ว่า​ส่วนที่เหลือ​มา​เอง ​มัน​ไม่​ได้มา​เรียง​จาก​ต้น​เพลง ​และ​คุณ​ไม่​ได้ "​ค้นหา" ​มัน ​สังเกต​อีก​ข้อ — ​ถ้า​จำ​ผิด​คำ​หนึ่ง​แล้ว​ร้อง​ต่อ ​ทำนอง​มักจะ​ยัง​ถูก ​เพราะ​สิ่ง​ที่​พา​คุณ​ไป​ไม่​ใช่​ตัว​คำ ​มัน​คือ​รูป​รวม​ที่​คุณ​กลิ้ง​ลง​ไป​อยู่แล้ว

​บท​นี้​จะ​ผิด​เมื่อ: ​มี​หลักฐาน​ว่าความ​จุ​ของ Hopfield network ​ดั้งเดิม​ไม่​ได้​แปร​ตาม​จำนวน​นิว​รอน​อย่าง​ที่​ประมาณการ​มาตรฐาน​ระบุ ​หรือ​มี​การทดลอง​ที่​แสดงว่า​การเรียกคืน​จาก​เศษ​เสี้ยว​ในเครือ​ข่าย​แบบนี้​ต้อง​อาศัย​การค้นหา​แบบ​เทียบ​ทีละ​รายการ

บทถัดไป · 8 / 1407 Shake The Table
Size
Page
Font

Copy The Right Layer

❦
1ลอกให้ถูกชั้น201 The Burr302 The Flappers403 A Neuron On Paper504 Whose Fault605 Compasses In Iron706 Memory Is A Valley807 Shake The Table908 The Scaffold1009 When We Stopped Saving1110 Deep And Narrow1211 The Wall Moved1312 Iron That Thinks1413 Sources